Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ธปท. เปิดเวที สัมมนาฯ ‘ชวนคุยชวนคิด ปรับวิถีธุรกิจท้องถิ่น ในโลกใหม่ อย่างยั่งยืน’

ธปท. เปิดเวที สัมมนาฯ ‘ชวนคุยชวนคิด ปรับวิถีธุรกิจท้องถิ่น ในโลกใหม่ อย่างยั่งยืน’

30 second read
0
0
315

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาค 3 แห่ง และ สำนักเศรษฐกิจภูมิภาค ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาวิชาการ สำนักงานภาค ประจำปี 2563 หัวข้อ “ชวนคุยชวนคิด ปรับวิถีธุรกิจท้องถิ่นในโลกใหม่อย่างยั่งยืน” ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2563เวลา 09.00 น.-12.00 น. โดยถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุ-โทรทัศน์ NBT (ช่อง2) และ Facebook Live ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสื่อสารทิศทางเศรษฐกิจ เสนอแนวคิด และ แลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิในโลกวิถีใหม่ หลังโควิด ที่ทำให้ภาคธุรกิจท้องถิ่นได้ตระหนักถึงการปรับตัว เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน

งานสัมมนา แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 สนทนากับผู้ว่าการ ดร.วิรไท สันติประภพ ในหัวข้อ “ก้าวต่อไป…ทิศทางเศรษฐกิจหลังยุคโควิดภิวัตน์” โดยมี คุณสุทิวัส หงส์พูนพิพัฒน์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

สรุปได้ว่า วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มีจุดเริ่มต้นจากปัญหาด้านสาธารณสุข และ ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการควบคุมการระบาด แตกต่างจากวิกฤตครั้งก่อน ที่มักเกิดขึ้นจากด้านเศรษฐกิจมหภาค หรือ สถาบันการเงิน ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ เช่นนี้

ธปท. ได้เข้าไปดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ผ่านมาตรการการเงินต่าง ๆ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทย แม้ได้รับผลกระทบที่รุนแรง เนื่องจากมีสัดส่วน GDP ในภาคท่องเที่ยว และ การส่งออกในระดับสูง แต่ในด้านสถาบันการเงินยังถือว่า มีความเข้มแข็ง และ กลไกในการกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเสถียรภาพด้านต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเศรษฐกิจไทยคาดว่า จะทยอยฟื้นตัว และ กลับมาอยู่ในระดับก่อนเกิดวิกฤตได้ ในปลายปี 2564

ไทยควรคว้าโอกาสจากการที่สามารถควบคุมการระบาดได้เร็วกว่า ประเทศอื่น ช่วยกันเร่งฟื้นฟู และ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและประชาชน รวมทั้ง ต้องผสานหลายนโยบายเข้าด้วยกัน นโยบายต่อจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับด้านอุปทาน มากขึ้น มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคโควิดภิวัตน์ และย้ายแรงงานส่วนเกินไปสู่อุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์ ใช้โอกาสนี้ในการจูงใจแรงงานส่วนเกิน เพื่อช่วยพัฒนาสังคมชนบทและเพิ่มผลิตภาพให้กับภาคเกษตร โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และ การปรับปรุงกฎระเบียบกติกา ให้สอดคล้องกับโลกใหม่ สุดท้ายนี้ โลกหลังโควิดจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการแข่งขัน ด้านคุณภาพ ไม่ใช่ ราคา หรือ ปริมาณ รวมทั้ง มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

ช่วงที่ 2 เป็นการบรรยายหัวข้อ “ชวนท้องถิ่น พลิกมุมคิด…มองโลกใหม่หลังโควิด” โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สรุปได้ ดังนี้ วิกฤตครั้งนี้ เกิดจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นวิกฤตที่สร้างผลกระทบต่อหลายประเทศ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย วัคซีนซึ่งเป็นความหวัง ณ เวลานี้อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ในกระบวนการทดสอบ และ ดูผลลัพธ์ว่า สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีหรือไม่ วิกฤตครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่โลกที่มีความไม่แน่นอน หรือ VUCA World

ดร.สมเกียรติ ได้เสนอหลัก 3 ข้อ สำหรับ ภาคธุรกิจ เพื่อรับมือกับ VUCA World ดังนี้ (1) ฝึกตั้งข้อสังเกต ตั้งคำถาม และทดลองทำ (2) บริหารความเสี่ยงให้มากขึ้น และ (3) จัดการกับองค์ความรู้ให้เป็นอนาคตข้างหน้า New Normal เป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง แต่การวางแผนธุรกิจนับจากนี้จำเป็นต้อง มองให้เห็นก่อนว่า Current Abnormal อะไรที่กำลังเกิดขึ้น และ จะมีวิธีการรับมืออย่างไร เช่น กำลังซื้อของผู้บริโภค และ ฐานะการคลังของภาครัฐในอนาคตที่อาจไม่ดีอย่างเดิม สิ่งเหล่านี้จะกระทบต่อโครงการ และ ภาคธุรกิจ อย่างไร นอกจากนี้ ดร.สมเกียรติ ยังชี้ให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้คือสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอด และ รับมือกับความผันผวนได้ในอนาคต เช่น รูปแบบการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปทำงานที่บ้าน อาจต้องอาศัยเทคโนโลยี 5G หรือ Cloud มากขึ้น ท้ายสุด ดร.สมเกียรติ ได้เสนอข้อคิดเพิ่มเติม เพื่อให้ภาคธุรกิจก้าวข้ามผ่านวิกฤตในครั้งนี้ และ เพื่อรับมือกับโลกใหม่ในอนาคตที่มีความไม่แน่นอน โดยเน้น เรื่อง การรักษาสภาพคล่อง (ถือเงินสด) การลดต้นทุน การอุดหนุนเครือข่ายธุรกิจด้วยกัน การกระจายความเสี่ยง และ การมองทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ช่วงที่ 3 เป็นการเสวนาหัวข้อ “ชวนคุยชวนคิด ปรับวิถีธุรกิจท้องถิ่นในโลกใหม่อย่างยั่งยืน”กับ 2 ผู้เชี่ยวชาญในการพลิกโฉมธุรกิจ คือ คุณมารุต ชุ่มขุนทด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ผู้ก่อตั้ง Class Café และ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai โดยมี คุณสุภัททกิต เจตทวีกิจ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา สรุปได้ดังนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ Digital Technology เข้ามามีบทบาทในธุรกิจเร็วขึ้น เช่น ร้านอาหารที่ยอดขายลดลงกว่า 80% ทำให้ Food Delivery เป็นทางรอดทางเดียวและยังคงมีบทบาทในระยะต่อไป หรือ Digital Payment ที่ทำให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้น เช่นเดียวกันกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะของ O2O (Online to Offline) พฤติกรรมแบบ Contactless หรือพฤติกรรม Grab & Go ที่ทำให้ทุกคนต้องปรับตัว ไปใช้เทคโนโลยีให้มากที่สุด ทั้งนี้ การปรับตัวยังขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ เช่น ธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่ที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศ จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าพื้นที่ในแหล่งท่องเที่ยว หรือ การปรับตัวไปใช้เทคโนโลยีของผู้บริโภคในต่างจังหวัด อาจใช้เวลาที่นานกว่าผู้บริโภคในเมือง

อย่างไรก็ดี หากธุรกิจเริ่มจากการเปิดใจ พลิกมุมคิด ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส โดยใช้จุดแข็งของการเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวในการปรับได้เร็วและไวกว่า จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เติบโตได้ในอนาคต ในระยะข้างหน้า ให้มองว่าโควิดเป็นเหมือน “Long-term complicated relationship” ที่เราต้องเตรียมรับมือผ่านการปรับตัว 3 ด้าน คือ (1) Lean : ทำตัวเองให้เบา เช่น ลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด เปรียบเหมือน การเตรียมพร้อมดำน้ำ เป็นเวลา 3 เดือน (2) Speed : ปรับตัวให้ไว และ (3) Flexibility : มีความยืดหยุ่น และ พร้อมเปลี่ยนแปลง ในส่วนของการจ้างงานนั้น แรงงานจำเป็นต้องปรับตัว ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะ ทักษะด้านจัดการข้อมูล ที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต โดยสรุปแล้ว ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว ปรับใจ ปรับทัศนคติ ในโลกที่เปลี่ยนไว ซับซ้อน และ คลุมเครือ ///

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ  21 กรกฎาคม  2563  12:20:45  เข้าชม : 1978535  ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

จังซีลอน ช้อปดี มีโชค !

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ขอเชิญชวนชาวภูเก็ต แล … …