Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ปธ. สี จิ้นผิง กล่าวปราศรัยในการประชุมสุดยอด ว่าด้วยความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ในวาระครบรอบ 75 ปี แห่ง การก่อตั้งสหประชาชาติ

ปธ. สี จิ้นผิง กล่าวปราศรัยในการประชุมสุดยอด ว่าด้วยความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ในวาระครบรอบ 75 ปี แห่ง การก่อตั้งสหประชาชาติ

3 second read
0
0
460

ในวาระครบรอบ 75 ปี แห่งการก่อตั้งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษที่นานาประเทศ กำลังทุ่มเทต้านการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 พร้อมไปกับผลักดันการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพ การที่สหประชาชาติจัดการประชุมสุดยอด ว่าด้วยความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต เพื่อให้พวกเราร่วมกันปรึกษาหารือประเด็นสำคัญ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และ ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งยาวไกล และ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน

จีน จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เมืองคุนหมิงในปีหน้า เพื่อร่วมกับฝ่ายต่าง ๆ ปรึกษาหารือยุทธศาสตร์ใหม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก

ปัจจุบัน อัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก ทวีความเร็วยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสูญเสียความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตกับการถดถอยของระบบนิเวศนั้น ถือเป็นความเสี่ยงอย่างรุนแรงต่อการดำรงอยู่ และ การพัฒนาของมนุษยชาติ การแพร่ระบาดของโควิด-19 บอกเราว่า มนุษย์กับธรรมชาติเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน พวกเราควรร่วมแรงร่วมใจกัน เร่งใช้ปฏิบัติการ คุ้มครองท่ามกลางการพัฒนา ดำเนินการพัฒนาท่ามกลางการคุ้มครอง ร่วมกันสร้างบ้านอันสวยงามที่สรรพสิ่งอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ข้าพเจ้าขอเสนอข้อเสนอดังนี้

ประการแรก ยืนหยัดอารยธรรมทางระบบนิเวศ เสริมสร้างพลังขับเคลื่อนแห่งการสร้างโลกอันสวยงาม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตเกี่ยวพันถึงความผาสุกของมนุษยชาติ เป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตและการพัฒนาของมนุษย์ อารยธรรมอุตสาหกรรมได้สร้างทรัพย์สินทางวัตถุมากมายมหาศาล แต่ก็ก่อให้เกิดวิกฤตระบบนิเวศที่ทำให้สูญเสียความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และ สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย เมื่อระบบนิเวศเจริญอารยธรรมก็จะเจริญตามด้วย เราต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความรับผิดชอบต่ออารยธรรมมนุษย์ เคารพธรรมชาติ คล้อยตามธรรมชาติ และอนุรักษ์ธรรมชาติ แสวงหาหนทางที่ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ ส่งเสริมให้การพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศสอดประสานกัน และ มีความเป็นเอกภาพ ตลอดจน ร่วมกันสร้างโลกที่เจริญรุ่งเรือง สะอาด และสวยงาม

ประการที่สอง ยืนหยัดลัทธิพหุภาคี ผนึกกำลังบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก นับตั้งแต่ก่อตั้งสหประชาชาติเป็นต้นมา ประชาคมโลกผลักดันการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทั่วโลกอย่างแข็งขัน อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และข้อตกลงปารีส ตลอดจนเอกสารข้อตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ นั้น เป็นพื้นฐานทางกฎหมายในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นผลสำเร็จสำคัญแห่งความร่วมมือพหุภาคีด้วย ซึ่งได้รับการสนับสนุน และ เข้าร่วมอย่างกว้างขวางจากฝ่ายต่าง ๆ เมื่อเผชิญกับความท้าทายจากความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก นานาประเทศเป็นประชาคมที่ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุข และ มีอนาคตร่วมกัน ลัทธิเอกภาคีนั้นไม่เป็นที่ต้องการของผู้คน มีเพียงแต่ความร่วมมือเท่านั้นที่เป็นหนทางที่ถูกต้อง เราควรพิทักษ์ระบบระหว่างประเทศที่ถือสหประชาชาติ เป็นแกนกลางอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ปกป้องอำนาจ และ ศักดิ์ศรีของกฎระเบียบระหว่างประเทศ อีกทั้ง ยังยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ทั่วโลก

ประการที่สาม รักษาการพัฒนาสีเขียว บ่มเพาะพลังการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพ หลังสิ้นสุดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสร้างผลกระทบอย่างรอบด้านต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก เราควรพิจารณาในระยะยาว คงไว้ซึ่งความมั่นใจ ยืนหยัดการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดกว้างและสีเขียว วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2030 ที่ประกาศโดยสหประชาชาตินั้น ชี้นำทิศทางการพัฒนาของทุกประเทศ ความหลากหลายทางชีวภาพไม่เพียงแต่เป็นพื้นฐาน สำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนเท่านั้น หากยังรวมถึงเป้าหมาย และ วิธีการด้วย เราต้องใช้วิถีแห่งธรรมชาติหล่อเลี้ยงชีวิตของสรรพสิ่ง แสวงหาโอกาสการพัฒนา ท่ามกลางการอนุรักษ์ธรรมชาติ บรรลุชัยชนะร่วมกันแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในระบบนิเวศ และ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพ

ประการที่สี่ เสริมสร้างความรับผิดชอบ และ เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือความท้าทาย ด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศพัฒนาแล้ว และ ประเทศกำลังพัฒนาอยู่ในระดับขั้นของการพัฒนาที่แตกต่างกัน ความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ และ ขีดความสามารถในทางปฏิบัติเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น แตกต่างกันด้วย เราต้องยึดมั่นในหลักการความรับผิดชอบ ที่มีทั้งส่วนร่วม และ ส่วนต่าง ยึดมั่นการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม และ เป็นธรรม คำนึงถึงข้อกังวลด้านการเงิน เทคโนโลยี และ ขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนา เราต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง ดำเนินการตามเป้าหมายลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีประสิทธิผล ตลอดจน ร่วมกันพิทักษ์คุ้มครองโลกซึ่งเป็นบ้านของมวลมนุษย์
ท่านประธานที่เคารพ

“อารยธรรมทางระบบนิเวศ และ การสร้างประชาคมของสิ่งมีชีวิตบนโลก” ไม่เพียงแต่เป็นประเด็นหัวข้อการประชุมใหญ่คุนหมิง ในปีหน้าเท่านั้น หากยังเป็นความปรารถนาอันดีงามของมนุษยชาติที่มีต่ออนาคต ในฐานะประเทศเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่คุนหมิง จีน ยินดีแบ่งปันประสบการณ์ในการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ และ การสร้างอารยธรรมทางระบบนิเวศร่วมกับทุกฝ่าย

จีน ใช้แนวคิดอารยธรรมทางระบบนิเวศชี้นำการพัฒนา แนวคิดการพัฒนาใหม่ของจีนจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ที่เคารพธรรมชาติ และ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ไปจนถึงแนวคิดการพัฒนานวัตกรรม การประสานความเป็นสีเขียว การเปิดกว้าง และการแบ่งปัน จีนทำให้การสร้างอารยธรรมทางระบบนิเวศอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญและโดดเด่น รวมเข้ากับกระบวนการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน พร้อมมุ่งมั่นที่จะสร้างความทันสมัยที่มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

จีนใช้ปฏิบัติการ และ นโยบายอันทรงพลัง ยึดมั่นในชุมชนวิถีชีวิตแห่งภูเขา ลำน้ำ ป่าไม้ ไร่นา ทะเลสาบ และต้นหญ้า ส่งเสริมการบริหารความหลากหลายทางชีวภาพร่วมกัน เร่งออกกฎหมายคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของการคุ้มครองระบบนิเวศ ตั้งระบบอุทยานแห่งชาติ ดำเนินโครงการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ ตลอดจน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคม และ สร้างจิตสำนึกของประชาชน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปริมาณพื้นที่ป่าไม้ของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 70 ล้าน เฮกตาร์ ถือเป็นอันดับแรกของโลก การควบคุมการเปลี่ยนเป็นทะเลทรายและการจัดการทะเลทราย รวมถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะยาวและขนานใหญ่ ขณะที่ การรวบรวมและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก โดยร้อยละ 90 ของระบบนิเวศบนบกและร้อยละ 85 ของประชากรสัตว์ป่า ที่สำคัญต่างได้รับการคุ้มครอง อย่างมีประสิทธิภาพ

จีน เข้าร่วมธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมโลกอย่างแข็งขัน จีนปฏิบัติตามพันธกรณี ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสนธิสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายปี 2020 ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งยังจัดตั้งเขตอนุรักษ์ธรรมชาติก่อนกำหนด ในฐานะประเทศกำลังพัฒนาใหญ่ที่สุดบนโลก จีน ยินดีแบกรับรับผิดชอบระหว่างประเทศ ที่สอดคล้องกับระดับการพัฒนาของจีน และ มีส่วนร่วมในการกำหนดธรรมาภิบาล ด้านสิ่งแวดล้อมโลก จีน จะยืนหยัดแนวคิดประชาคม ที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษย์ ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมต่อไป โดยใช้นโยบายและมาตรการทรงพลังมากขึ้น เพื่อปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงสุดก่อนปี 2030 และ ให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจีนเท่ากับศูนย์ภายในปี 2060 จีนจะพยายามและมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีส ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ท่านประธานที่เคารพ

“ภูเขาสูงขึ้นจากการทับถม แม่น้ำยาวขึ้นจากการรวมกัน” การเสริมสร้างความเข้มแข็ง ในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมโลกต้องอาศัยความพยายามอย่างอดทน และ ต่อเนื่องจากทุกฝ่าย ข้าพเจ้ายินดีต้อนรับทุกคนให้มารวมตัวกันที่คุนหมิง เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิอันสวยงามของจีนในปีหน้า เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือแผนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั่วโลก พร้อมกับหวัง ว่า ทุกฝ่ายจะบรรลุกรอบปฏิบัติการที่มีความสมดุลอย่างรอบด้าน ทรงพลัง และปฏิบัติได้จริง ให้เราเริ่มออกเดินทางจากการประชุมสุดยอดแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตครั้งนี้ ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อสร้างโลกซึ่งสรรพสิ่งอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ที่สวยงามยิ่งขึ้น ///

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ 1 ตุลาคม 2563 22:15:38 เข้าชม : 1869535 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท จับมือ 5 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ถกยุทธศาสตร์กระตุ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปี 2564 พร้อมเปิดตัว “One Million Baht Club” ครั้งแรกในไทย

บรรยายภาพ: วิทวัส วิภากุล (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้ … …