Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ครั้งแรกของการผนึกพลัง ผู้นำองค์กร ด้านความยั่งยืนของประเทศไทย กับ Big event แห่งปี “Thailand Sustainability Expo 2020” ชูแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” 1-4 ตุลาคม นี้

ครั้งแรกของการผนึกพลัง ผู้นำองค์กร ด้านความยั่งยืนของประเทศไทย กับ Big event แห่งปี “Thailand Sustainability Expo 2020” ชูแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” 1-4 ตุลาคม นี้

2 min read
0
0
361

พร้อมเนรมิตพื้นที่ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ให้เป็น Big Event ด้านความยั่งยืนแห่งปี ในงาน “Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX)” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) มหกรรมที่รวมพลังองค์กร และ นักพัฒนา เพื่อความยั่งยืนของไทยในทุกมิติ ที่จัดโดย 3 บริษัท ยักษ์ใหญ่ ของประเทศไทย ที่เป็นผู้นำองค์กรด้านความยั่งยืนระดับโลก กับปรากฏการณ์ความร่วมมือ ครั้งสำคัญ และ ยิ่งใหญ่ ภายใต้การนำของ 3 บิ๊ก คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รวมถึง องค์กรชั้นนำในเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) หรือเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยองค์กรอื่น ๆ ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI โดยงานนี้ได้น้อมนำพระปฐมบรมราช โองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาเป็นแนวทางในการจัดงาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนัก ถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาส และสร้างเครือข่ายสังคมของการมีส่วนร่วมสู่การนำไปปฏิบัติ ที่ใช้ได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2563 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ชั้น 3 และ ชั้น 5

เกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยเบฟ ไทยเบฟ ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) มาเป็นหลักปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ ขององค์การสหประชาชาติ จะเห็นได้ว่า ไทยเบฟ เป็นบริษัทแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรม เครื่องดื่มระดับโลก ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืน DJSI ระดับโลกติดต่อกัน เป็นปีที่ 3 และ เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน DJSI กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ติดต่อกัน เป็นปีที่ 4

นอกจากนี้ ในปี 2562 ไทยเบฟ ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลก ให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ไทยเบฟจึงยึดมั่น และ ทุ่มเท เพื่อ “สร้างสรรค์ และ แบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” ร่วมกับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ไทยเบฟ มุ่งมั่นที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม เพราะเชื่อว่า สิ่งแวดล้อมถือเป็นรากฐานของชุมชน และ สังคม ที่แข็งแกร่ง และ ส่งผลให้การวางรากฐานทางธุรกิจมั่นคงเช่นกัน ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตทางธุรกิจของไทยเบฟ ที่เป็นไปตามเป้าหมายการ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจร ในภูมิภาคอาเซียนอย่างมั่นคง และ ยั่งยืน”

ทางด้าน คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนมาโดยตลอดและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบสากล แล้ว เรายังมุ่งมั่นในพันธกิจ ที่จะเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรม และ ดำเนินงาน ด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก โดยเรามีนโยบายความยั่งยืนตามกลยุทธ์ SeaChange® ที่เราดำเนินควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2561 และ 2562 ไทยยูเนี่ยนได้เป็นผู้นำอันดับ 1 กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของโลกจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ปัจจุบันไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือก ให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ไทยยูเนี่ยนยังมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ เพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (Interna tional Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในวันนี้ ไทยยูเนี่ยน มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ในครั้งนี้”

และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า “GC ต้นแบบด้านความยั่งยืนของโลก ภายใต้แนวคิด Circular for Better Living ด้วย 3 นโยบายตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ Smart Operating คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนา และ ปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและนำมาหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า Responsible Caring คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้ง วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ และ Loop Connecting คือ การเชื่อมโยงทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อธุรกิจแบบครบวงจร นอกจากนี้ GC ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อาทิ United Nations Global Compact หรือ UNGC ประเมินให้ GC เป็น GLOBAL COMPACT LEAD หนึ่งเดียวในประเทศไทย จาก 37 องค์กร ทั่วโลก และ ในปี 2019 ดัชนีด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ DJSI ได้จัดอันดับให้ GC เป็นที่ 1 ของโลก และ อยู่ในระดับ Top 10 ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 7 ใน Chemical Sector”

สำหรับ งานนี้ โซนไทยเบฟ จะเน้นการสื่อสาร 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1. Water of Life (ธรรมชาติสร้างน้ำ น้ำสร้างชีวิต) ไทยเบฟใส่ใจในการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีเหตุมีผล ผ่านโครงการที่เน้นการสร้างต้นน้ำ ปลูกจิตสำนึกของการอนุรักษ์ต้นน้ำ ผืนป่า และ ธรรมชาติให้แก่ชุมชน การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในกระบวนการผลิตแบบองค์รวม รวมถึง โครงการคืนน้ำที่ปลอดภัยกลับสู่ระบบนิเวศ

2. Quality of Life การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ด้วยการผลิตสินค้า และ การให้บริการที่มีคุณภาพ และ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค สร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินธุรกิจด้วยกระบวนการผลิต ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างรู้คุณค่า การใช้หลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ชุมชน

3. Sustainable Ways of Life สนับสนุนให้ชุมชน และ เศรษฐกิจฐานราก มีความแข็งแกร่ง และ ยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ผ่านโครงการที่ให้ความรู้คู่คุณธรรม ผลักดันให้เกิดความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกระดับ เพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันในแต่ละชุมชน การสร้างอาชีพในท้องถิ่น สนับสนุนการศึกษาให้แก่เยาวชน รวมถึง การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น และ ของชาติ โดยโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยเบฟนั้น ล้วนแต่ส่งผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

พบกับกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Exhibitors รวมมากกว่า 70 บูธที่จัดแสดงภายในงาน Thailand Sustainability Expo แบ่งเป็น 5 โซนหลัก ดังนี้

1. โซน Main Exhibition เป็นการจัดแสดงแนวทางการจัดการปัญหาสังคม และ สิ่งแวดล้อม การบริหารโครงการด้านความยั่งยืน และ การลดผลกระทบที่เกิดแก่สังคม ในวงกว้างจากเครือข่ายองค์กรภาคเอกชน และ หน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงมูลนิธิขนาดใหญ่ในประเทศไทย จัดบริเวณชั้น 5

2. โซน Win Win WAR Village เป็นการแสดงไอเดียธุรกิจเพื่อสังคมจาก 12 นักธุรกิจ แบ่งปันจากรายการ Win Win WAR Thailand ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของการทำธุรกิจที่สร้างผลกระทบด้านดีให้กับสังคม จัดบริเวณชั้น 5

3. โซน Sustainable Lifestyle เป็นการให้ความรู้ และ จัดแสดงแนวคิดการนำหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มาใช้ในการทำธุรกิจ พร้อมกันนี้มีการจัดแสดงภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจากโครงการ Sustainability Action Hero Photo Contest จัดบริเวณชั้น 3

4. โซน Food and Drinks for Sustainability เป็นการจัดแสดง และ จำหน่ายสินค้า ประเภทอาหาร และ เครื่องดื่ม พร้อมกันนี้ ได้มีการให้ความรู้เรื่องการผลิตอาหาร ให้มีระบบที่ยั่งยืน เพื่อลดปัญหาเรื่องอาหารขาดแคลนในอนาคตด้วย การนำเรื่องระบบนิเวศมาเชื่อมโยง เข้ากับการทำเกษตรของมนุษย์ จัดบริเวณชั้น G

5. โซน Design for Sustainability เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าประเภทของใช้ พร้อมกันนี้ได้มีการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำ Sustainable Design หรือการออกแบบสินค้าที่ลดปริมาณการใช้ทรัพยากร การนำกลับมาใช้ใหม่ รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อโลกให้น้อยที่สุด จัดบริเวณชั้น G

โดยแบ่ง Highlight แต่ละวัน ดังต่อไปนี้

วันที่ 1 ตุลาคม 2563
•พิธีเปิดเปิดตัว Thailand Sustainability Expo 2020
•พบกับ อเล็กซ์ เรนเดล ผู้ก่อตั้ง “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา” (EEC Thailand) ทอล์คเรื่องศูนย์การเรียนรู้และกิจกรรมที่ EEC.ทำกับเยาวชน เช่น เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างจากตลอดเวลาที่ทำงานด้านนี้มา รวมไปถึงการปลูกฝังจิตสำนึกสิ่งแวดล้อมด้วยกิจกรรมนอกห้องเรียน ส่งผลต่อการเรียนรู้อย่างไร
•กิจกรรม Policy Talk หัวข้อ “The Global Scale: Global Scorecard & Way Forward”

โดย Mr. Renaud Meyer, UNDP Resident Representative to Thailand ในหัวข้อ “ความก้าวหน้าของไทย ในการอนุวัติเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

วันที่ 2 ตุลาคม 2563
•เปิดตัวรายการ Win Win WAR Special Online Edition การกลับมาอีกครั้งของรายการแข่งขันเฟ้นหา และ บ่มเพาะ ผู้ประกอบการ เพื่อสังคมหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่สร้างความรับรู้ และ ความเข้าใจ ที่ถูกต้องให้กับการทำ “ธุรกิจแบ่งปัน” (Social business) ในสังคมวงกว้าง
•พบกับกลุ่มคนที่ “ลงมือทำ” ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านความยั่งยืน งานอนุรักษ์ด้านความยั่งยืน งานศิลปะเพื่อสื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจ งานสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อนร่วมสังคม มาร่วมรับฟังแนวคิดเปลี่ยนโลก อาทิ ศิลปะ และ ความยั่งยืน โดย ม.ล. จิราธร จิระประวัติ , การเสวนา “การพัฒนารูปแบบวัสดุสำหรับการฟื้นฟูปะการัง” โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ เอสซีจี , การเสวนา “ทะเลไทยในยุคหลังโควิด-19” โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ฯลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันที่ 3 ตุลาคม 2563
•CEO Panel Discussion “Decade of Sustainability Actions” โดยผู้บริหารจาก ไทยเบฟ จีซี และ ไทย ยูเนี่ยน ดำเนินรายการโดย คุณสุทธิชัย หยุ่น
•“Barriers to Sustainable Innovations (Sustainnovation)” โดย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต

วันที่ 4 ตุลาคม 2563
•Trash to Treasure workshop: กิจกรรมเวิร์คช็อปสร้างสรรค์สิ่งของ/ ของเล่น จากเศษวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสามารถนำไปตกแต่งบ้านหรือสร้างรายได้จริงกับผู้เข้าร่วมงาน และลดปัญหาด้านขยะที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน
•ประกวดสุนทรพจน์เยาวชนอาเซียนรอบชิงชนะเลิศ “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (ASEAN Youth Speech Contest “Sufficiency for Sustainability”) เวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แบ่งปันมุมมอง และ ชี้ให้เห็นความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งแสดงความคิดเห็น และ เสนอวิธีแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

งานเดียวที่ผู้เข้าร่วมชมงาน จะได้เปิดประสบการณ์ และ เรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน จาก บริษัทชั้นนำของประเทศไทย การเข้าร่วมโครงการจิตอาสาต่าง ๆ ทำความเข้าใจและโอกาสสายอาชีพ ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน และ กิจกรรมมากมาย ที่มุ่งเน้นให้เกิดแรงบันดาลใจ ให้ทุกคนร่วมมือกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน Inspirational Talks เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน จาก ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำ และ sustainability influencers/celebrities และ เวทีแห่งโอกาส ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่หาจากที่ไหนไม่ได้ นอกจากนั้นยังมี Marketplace ที่เปิดโอกาสให้กับธุรกิจรายย่อย ได้นำเสนอสินค้า หรือ แนวคิดด้านการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และ สังคม เรียกได้ว่า เป็น Big Event ด้านความยั่งยืนแห่งปี ที่เป็นการรวมตัวขององค์กรต้นแบบ ด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ที่จะมาร่วมกันสร้างพลังร่วม ในครั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน อย่างแท้จริง ///

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ 2 ตุลาคม 2563 14:38:55 เข้าชม : 1892765 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ปธน.สี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ ในพิธีเปิดงาน มหกรรมแสดงสินค้า จีน-อาเซียน และ การประชุมสุดยอด ว่าด้วยการค้า และ การลงทุน จีน-อาเซียน ครั้งที่ 17

วันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ.2020 กรุงปักกิ่ง ท่านผู้นำทุกปร … …