Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน บทวิเคราะห์ : วัคซีนจีน ส่งถึงไทย เพิ่มพูนมิตรภาพ “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

บทวิเคราะห์ : วัคซีนจีน ส่งถึงไทย เพิ่มพูนมิตรภาพ “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

14 second read
0
0
366

เช้าวันนี้ (วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2021) วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (โควิด-19 ) ที่ผลิตโดยจีนได้ส่งถึงประเทศไทย แล้ว ซึ่งนับเป็น “วัคซีนโควิด” ล็อตแรกที่ไทยได้รับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา การที่จีนส่งออกวัคซีนแก่ไทย ในวาระที่ไทยต้องการด่วนครั้งนี้ ย่อมจะกลายเป็นสักขีพยานแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตร ระหว่างจีน-ไทย ซึ่งประโยคที่ว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ย่อมจะทรงคุณค่าตามนั้น และ ความเป็นพี่น้องกันได้ถูกยกระดับสูงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการร่วมทุกข์ร่วมสุข ระหว่างสองประเทศ

ตามสัญญาสั่งซื้อวัคซีนโควิดจำนวน 2 ล้าน โด๊ส ระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด ของจีน วัคซีนล็อต แรกจำนวน 2 แสนโด๊ส ได้ส่งถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจากกรุงปักกิ่งด้วยเที่ยวบินขนส่งสินค้าของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่เรียบร้อยเมื่อตอนเช้าวันนี้ ส่วนวัคซีนล็อตที่สอง 8 แสนโดสและล็อตที่สาม 1 ล้านโดสจะส่งมอบถึงไทยในเดือนมีนาคมและเมษายน ตามลำดับ

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่บริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค ผลิตขึ้นมีชื่อว่า “โคโรนาแวค” (CoronaVac)เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ได้ทำการทดลองทางคลินิกระยะ 3 ในประเทศบราซิล ตุรกีและอินโดนีเซียตามลำดับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2020 ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า วัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง และ มีประสิทธิภาพที่ได้มาตรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องขององค์การอนามัยโลก วัคซีนชนิดนี้ต้องการสภาพแวดล้อมการเก็บรักษา หรือ ขนส่ง เพียงแต่คงอุณหภูมิไว้ในระดับ 2-8 องศาเซลเซียสเท่านั้น จึงสอดคล้องกับการขนส่งในประเทศเขตร้อน ทั้งนี้ มีประมุขแห่งรัฐ หรือ ผู้นำรัฐบาลอย่างน้อย 8 ประเทศ ได้รับการฉีดวัคซีนจีนอย่างเปิดเผย ซึ่งนับการเป็นเพิ่มความมั่นใจ และ ไว้วางใจต่อความปลอดภัย และ ประสิทธิภาพของวัคซีนจีนเป็นอย่างดี

ปัจจุบัน ไทยกำลังเผชิญการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ และ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ไทยกำลังต้องการวัคซีนโควิดด่วนเพื่อนำมาใช้ป้องกันควบคุมโควิด-19 การมาถึงของวัคซีนจีนช่วยให้ไทยสามารถเริ่มการฉีดวัคซีนแก่ประชาชน ได้เร็วขึ้น ย่อมมีนัยสำคัญต่อการป้องกันควบคุมโควิด-19

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้นำนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไปต้อนรับการมาถึงของวัคซีนจีน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยตัวเอง โดย ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประจำประเทศไทยของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีนโดยกล่าวว่า ตัวเองมีความมั่นใจต่อความปลอดภัยของวัคซีนจีน จีนแบ่งปันวัคซีนแก่ไทย เป็นมิตรแท้ของไทย หลังจากวัคซีนจีนถึงไทย แล้ว รัฐบาลไทย จะบูรณาการอย่างเป็นเอกภาพโดยจะฉีดวัคซีนแก่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ในแนวหน้า และ ประชาชนในพื้นที่ประสบการระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 เป็นลำดับแรก

เบื้องหลังการส่งวัคซีนจีนถึงไทย อย่างเร็วที่สุด เท่าที่เร็วได้ ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความพยายามร่วมกันของรัฐบาล และ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของทั้งจีน และ ไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ” และ “การร่วมทุกข์ร่วมสุขสื่อมิตรภาพอันแท้จริง” อย่างน่าประทับใจ

จีนกับไทย เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และ เป็นมิตรมาแต่ไหนแต่ไร ในช่วง 46 ปี หลังจากสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สองประเทศอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ร่วมทุกข์ร่วมสุข ได้สร้างมิตรภาพอย่างลึกซึ้ง อีกทั้ง ยังมีบทบาทเป็นแบบย่างต่อการส่งเสริม ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศอาเซี่ยนอื่น ๆ กลายเป็นต้นแบบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มีระบบสังคมต่างกัน ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติร้ายแรงเช่น ไทยประสบภัยสึนามิ ปี 2004 หรือ จีนประสบภัยแผ่นดินไหวเวิ่นชวนปี 2008 ทั้งสองฝ่าย ต่างได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างเห็นใจซึ่งกันและกัน

ปี 2020 โรคโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในประเทศจีนก่อน ไทยได้ให้การสนับสนุน และ ความช่วยเหลืออย่างมากแก่จีน ในการป้องกันควบคุมโควิด สถาบันพระมหากษัตริย์ และ รัฐบาลไทยได้ส่งมอบเวชภัณฑ์แก่จีน หน่วยงานต่าง ๆ ของไทย และ ประชาชนไทย ก็พากันแสดงความเป็นมิตร และ ความปรารถนาดีต่อประชาชนจีน บัดนี้ เมื่อไทยประสบการระบาดของโควิด-19 เป็นระลอก 2 รัฐบาล และ ประชาชนจีน ก็พากันให้ความช่วยเหลือเท่าที่สามารถทำได้ ทั้งนี้ บ่งบอกให้เห็นถึงไมตรีจิตมิตรภาพ ระหว่างจีน-ไทย ที่คอยห่วยใยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยความจริงใจ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ “การแย่งกันสั่งจองวัคซีน” กลายเป็นประเด็นร้อน ในรายงานข่าวของสื่อมวลชนนานาชาติ หนังสือพิมพ์ไทย รายงานว่า ข้อมูลเดือนมกราคมปี 2021 ทั่วโลก จองวัคซีนแล้ว 8.2 พันล้านโดส แคนาดา และอังกฤษ เป็นประเทศที่จองวัคซีน ได้มากกว่าประชากรในประเทศ ถึง 3 เท่า สหรัฐอเมริกาจองได้ 1.7 เท่า ของประชากร

ที่จริงแล้ว ปริมาณวัคซีนที่จีนผลิตได้ในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ แต่จีนตระหนักดีว่า มีเพียงแต่ทุกประเทศสามัคคีกันต้านโควิดเท่านั้น จึงจะเอาชนะโรคระบาดได้ในที่สุด ตลอดจน จำต้องขับเคลื่อนการสร้างประชาคม ที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ พร้อมไปกับการบริหารจัดการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนภายในประเทศนั้น จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนแก่นานาประเทศ ทั้งนี้ ถือเป็นการปฏบัติตามคำมั่นสัญญา ที่ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้ให้ไว้ต่อทั่วโลก เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2020 ซึ่งก็คือ หลังจากจีนค้นคว้าวิจัยและผลิตวัคซีนโควิดได้แล้ว จะทำให้เป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะ ในขอบเขตทั่วโลก สร้างคุณูปการของจีนแก่การบรรลุการเข้าถึงวัคซีนโควิด และ การแบกรับค่าใช้จ่ายได้ของบรรดาประเทศกำลังพัฒนา

ปัจจุบัน นอกจากวัคซีน “โคโรนาแวค” แล้ว วัคซีนต้านโควิด-19 ของจีน ที่ผ่านการอนุมัติใช้แล้วอีกตัว ผลิตโดย ซิโนฟาร์ม กรุ๊ป เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายเช่นกัน วัคซีนทั้งสองชนิดนี้ นับวันกำลังได้รับความยอมรับ และ ไว้วางใจอย่างกว้างขวางจากนานาประเทศ เมื่อวันที่ 23 ที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า จีนกำลังให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ แก่ 53 ประเทศที่มีความต้องการ ปัจจุบัน วัคซีนโควิดที่จีน มอบเป็นความช่วยเหลือแก่ปากีสถาน กัมพูชา ลาว อิเควทอเรียลกินี ซิมบับเว มองโกเลีย และ เบลารุสเป็นต้นได้ส่งถึงประเทศปลายทางแล้ว ขณะเดียวกัน จีนกำลังส่งออกวัคซีนโควิดไปยัง 27 ประเทศ ที่สนใจสั่งซื้อจากจีน วัคซีนที่ส่งออกไปยังเซอร์เบีย ฮังการี เปรู ชิลี เม็กซิโก โคลัมเบีย โมร็อกโก เซเนกัล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ตุรกี เป็นต้น ได้ส่งถึงประเทศปลายทางแล้วเช่นกัน ประเทศดังกล่าว ข้างต้นส่วนใหญ่ต่างเป็นประเทศกำลังพัฒนา จีนหวังว่า ทุกประเทศที่มีขีดความสามารถร่วมมือกัน ร่วมกันสร้างคุณูปการอย่างแข็งขันในการสนับสนุน และ ช่วยเหลือประชาคมโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาเอาชนะโควิด-19

ไทยเป็นประเทศปลายทางยอดนิยม ในการเดินทางท่องเที่ยวยังต่างประเทศของประชาชนจีน แต่การระบาดของโควิด-19 ได้หยุดยั้งการเดินทางท่องเที่ยวยังไทยของประชาชนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทย นักสังเกตการณ์เห็นว่า ควบคู่ไปกับการใช้วัคซีนโควิด และ การยกระดับการทดสอบกรดนิวคลีอิก ไทยอาจจะประเดิมดำเนินความร่วมมือกับจีนในการสร้าง “ช่องสีเขียวแห่งการท่องเที่ยว” ที่มีความปลอดภัยและคล่องตัว เพื่อนำไปสู่การเปิดประตูประเทศแก่นักท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด เช่นนี้แล้วเชื่อได้ว่า ประชาชนจีนจำนวนมาก จะฟื้นฟูความกระตือรือร้นในการเดินทางท่องเที่ยวยังไทย และ มีส่วนช่วยต่อธุรกิจท่องเที่ยวของไทย ต่อไป ///

เรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2564 09:25:59 เข้าชม : 1856128 ครั้ง

Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ร่วมด้วยช่วยกันผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบาก ร่วมสร้างประชาคมโลก ที่มีอนาคตร่วมกัน สุนทรพจน์ ในพิธีเปิดการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าว ประจำปี 2021 โดย นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน

วันที่ 20 เมษายน 2021 ณ กรุงปักกิ่ง ประมุขแห่งรัฐ และ ผ … …