Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ไทยเบฟ ซีพี ร่วมเสวนา เศรษฐกิจไทย จะไปต่อได้อย่างไร ในงานสัมมนา “ปี 2021 ประเทศไทย ไปต่อ”

ไทยเบฟ ซีพี ร่วมเสวนา เศรษฐกิจไทย จะไปต่อได้อย่างไร ในงานสัมมนา “ปี 2021 ประเทศไทย ไปต่อ”

16 second read
0
0
178

หนังสือพิมพ์มติชน จัดสัมมนา “ปี 2021 ประเทศไทย ไปต่อ” เนื่องในโอกาส หนังสือพิมพ์มติชน ดำเนินกิจการเข้าสู่ ปีที่ 44 โดยได้รับเกียรติ จาก คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “พลิกโควิดเป็นโอกาส ประเทศไทยไปต่อ” พร้อมด้วย คุณผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Next step ฟื้นประเทศไทย” และ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมเสวนาเรื่อง “ประเทศไทย จะไปต่อได้อย่างไร” ณ แกรนด์ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก กรุงเทพฯ

คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องพลิกโควิด เป็นโอกาส ประเทศไทยไปต่อ ว่า “ในปีนี้ รัฐบาลยืนยันตัวเลขจีดีพีไทย จะขยายตัว 4 % แม้ว่าในช่วงต้นปีทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า จีดีพีไทยจะขยายตัวเพียง 2.7 % ไม่เกิน 3 % เพราะยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากรายได้การท่องเที่ยว ที่ยังไม่ฟื้นตัว ในส่วนของการส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในอีอีซี รวม 12 กลุ่ม อุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ เมดิคอล เกษตร เป็นต้น ซึ่งจะสอดคล้องกับทิศทางของประเทศ ในยุคหลังโควิด Post Covid โดยใช้กลยุทธ์ 4Ds (DIGITALIZATION DECARBONIZATION DECENTRALIZATION และ DE-REGULATION ) ปีนี้เป็นปีที่สำคัญที่สุดเป็นปีที่ต้องช่วยกัน เพราะรัฐบาลจะยืนยันคงเป้าหมาย 4% จากที่หลายสำนักคาดการณ์ว่าจีดีพีโตแค่ 2 ถึง 3 % เรายังเหลือส่วนต่างอีก 1 % ประมาณ 1.5 ถึง 1.6 แสนล้าน บาท เราต้องช่วยกันประคับประคอง ผมมองว่าปี 65 จะเป็นปีแห่งการลงทุนสร้างอุตสาหกรรมใหม่สร้างอนาคตให้คนรุ่น ถัดไปเข้มแข็ง”

คุณผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้บรรยายพิเศษ Next step ฟื้นประเทศไทย ว่า “การระบาดโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจและแรงงานในภาคการท่องเที่ยว ส่งผลเศรษฐกิจไทยปรับลดลงกว่า 6.1 % ส่วนในปี 2564 เริ่มเห็นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ แต่มีการประเมินว่า ประเทศไทยต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่า จะกลับมาสู่จุดเดิมก่อนเกิด เกิดการระบาดไวรัส-19 ซึ่งมองว่าเป็นความเสี่ยงเช่นกัน เพราะความจริงอาจไม่กลับมาสู่จุดเดิมก็ได้ หากไม่มีการร่วมกันแก้ปัญหาจริงๆ โดยในระยะถัดไป ประเทศไทยมี 4 ความท้าทายหลัก ที่ต้องเผชิญหน้า ได้แก่ 1.นิวนอร์มอล ที่ทำให้กุญแจสู่ความสำเร็จของเศรษฐกิจ และ ธุรกิจ เปลี่ยนไป 2.กฎเกณฑ์ใหม่ (New Rule) อาทิ การที่โลกให้ความสำคัญกับเรื่องของเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และ เศรษฐกิจสีเขียว (BCG) หรือ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ มีแนวโน้มจะนำไปสู่กฎเกณฑ์ใหม่เพิ่มเติม 3.แรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายภาครัฐ เพราะหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 41.2 % ต่อจีดีพี ณ สิ้นปี 2562 เป็น 51.8% ณ สิ้นปี 2563 จากการต่อสู้กับผลกระทบของโควิด-19 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ และ 4.ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่ปัจจุบันประเทศไทย เริ่มด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ในบางมิติ จึงมีความจำเป็นสูงมากที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศ ทั้งภาครัฐ ตัวภาคเอกชน และ ความร่วมมือของทั้งรัฐ และ เอกชน”

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสวนาเรื่อง “ประเทศไทยจะไปต่อได้อย่างไร” ว่า “ทุกวิกฤตจะมีโอกาสอยู่เสมอ ธุรกิจโดยเฉพาะภาคเอกชน เป็นเรื่องของการแข่งขันอยู่แล้ว ทั้งสมรรถภาพของตัวเอง มีความพร้อมในทุกด้าน มีทัศนคติที่มั่นใจ แล้วก็สรรพกำลัง ตอนนี้โลกทั้งใบกำลังเอียงมาอยู่ทางทิศตะวันออก คือในทวีปเอเชีย ประชากรโลก 7,800 ล้าน คน ประชากรในทวีปเอเชียมีประมาณ 4,600 ล้าน คน 60 % ของประชากรโลก ประมาณ 10-15 ปี ก่อน แต่ก่อนเราต้องไปลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ ประเทศที่ใหญ่ ที่เคยได้ยินกลุ่มประเทศบริค (BRICS) ที่มีบราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และ แอฟริกาใต้ ไม่จำเป็นต้องมองไปไกลถึงขนาดนั้น แต่การที่เรายืนอยู่ในประเทศไทย จริงๆ เรามีโอกาสรอบตัวเรามหาศาล แต่ว่า เราจะทำความเข้าใจได้มากน้อยขนาดไหน เห็นโอกาสนั้น และ พร้อมที่จะมีทักษะในการนำโอกาสมาเป็นประโยชน์ ในด้านธุรกิจ องค์กร หรือว่าประเทศชาติของเรา จริงๆ มีคำกล่าวโบราณเอาไว้ว่า โอกาสผ่านหน้าตัวเองอยู่เสมอ เพียงแค่ว่า เรามีความรู้ความเข้าใจว่า สิ่งนั้นมัน คือ โอกาส หรือเปล่า แต่ในขณะที่มีความรู้เข้าใจว่า สิ่งเหล่านั้น คือ โอกาส ลองถามตัวเองว่า เรามีทักษะความสามารถ ที่จะหยิบเอาโอกาสเหล่านั้น มาเป็นประโยชน์กับเรามากน้อย ขนาดไหน โดยทั้ง 2 เรื่อง คือ ความรู้ กับทักษะ มองไปในรูปแบบของโอกาสของภาคพื้นเอเชีย กลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทยมีจำนวนประชากรไม่น้อย 68-69 ล้าน คน ติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก ทำไมเราถึงชอบพูดว่า ประชากรมีส่วนสำคัญในการขยายตัวธุรกิจ เป็นเพราะว่า ออกเรือไปจับปลา ต้องไปดูที่ปลาอยู่ ก็เพราะว่า ผู้บริโภค คือ ประชาชน คือ คน นั้นเอง แต่ว่า การโอกาสที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างมากมาย เรากำลังถูกสั่นคลอนด้วยสถานการณ์ ที่ไม่คาดฝัน อย่างเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็จะโยงกลับมาในเรื่องของเทคโนโลยี”

ทางด้าน คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศ ถ้าเรายังมีประชากรที่ยังอยู่ภายใต้ เส้นความยากจนในแง่รายได้ มันเป็นการยากยิ่งเดินหน้าต่อ ก็ยิ่งเหลื่อมล้ำสูง และ ประชากรชาวไทยส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตร และ เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ทำเป็นธุรกิจครัวเรือน ขาดเรื่องการบริหารจัดการ ขาดเทคโนโลยี ขาดการตลาด ขาดความพัฒนาในการเพิ่มมูลค่าสินค้า ขาดนวัตกรรม และ ขาดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ถ้าเรามองถึงอนาคต คือ ไทยเราต้องเปลี่ยนฮวงจุ้ยประเทศเราใหม่ การที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีนั้น ยังไม่ใช่การเปลี่ยนฮวงจุ้ย แต่มันคือ การดึงดูดการลงทุน ทรัพยากรมนุษย์ในระดับโลก มายังประเทศไทย มาช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ มาช่วยสร้างประสิทธิผลมวลรวม นำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนา โดยไทยต้องกลายเป็นศูนย์กลางอะไร สักอย่าง ถ้าทั่วโลกยอมรับว่า เป็นศูนย์กลางแล้ว เราจะดึงดูดการลงทุนได้ นำมาซึ่งประสิทธิภาพสูงสุด ดึงทรัพยากรมนุษย์ และ ทุน” ///

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ : 26 มีนาคม 2564  22:15:59  เข้าชม : 1970346 ครั้ง

Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ร่วมด้วยช่วยกันผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบาก ร่วมสร้างประชาคมโลก ที่มีอนาคตร่วมกัน สุนทรพจน์ ในพิธีเปิดการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าว ประจำปี 2021 โดย นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน

วันที่ 20 เมษายน 2021 ณ กรุงปักกิ่ง ประมุขแห่งรัฐ และ ผ … …