Home ข่าวเด่น ทันใจ นักวิจัยจีน ทลาย ข้อจำกัด แปรรูป ‘แร่เหล็กคุณภาพต่ำ’ สำเร็จ

นักวิจัยจีน ทลาย ข้อจำกัด แปรรูป ‘แร่เหล็กคุณภาพต่ำ’ สำเร็จ

16 second read
0
0
117

ปักกิ่ง, 4 ก.ย. (ซินหัว) — เป็นเวลาหลายทศวรรษ ที่กากแร่เหล็กปริมาณหลายพันล้านตันของจีน ส่วนใหญ่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ จูชิ่งซาน นักวิจัยจากสถาบันวิจัยกระบวนการวิศวกรรม (IPE) ระบุ ว่า การเปลี่ยนขุมทรัพย์ที่หลับใหลเหล่านี้ให้กลายเป็นทรัพยากรคุณภาพสูง คือ กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแร่เหล็กของประเทศ

วิสัยทัศน์ดังกล่าว กลายเป็นความจริงแล้ว โดยเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ที่ผ่านมา โครงการคั่วแร่เหล็กด้วยวิธีสนามแม่เหล็ก (iron ore magnetization roasting) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกำลังการผลิต 5.56 ล้านตันต่อปี ได้ผ่านการทดสอบและตรวจรับอย่างเป็นทางการที่เมืองอันซาน มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

ปัจจุบันระบบกำลังเปิดดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพเต็มกำลังการผลิต และมีประสิทธิภาพสูงเกินกว่าเป้าหมาย นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการนำแร่เหล็กคุณภาพต่ำมาใช้ประโยชน์ในระดับอุตสาหกรรม

สถาบันฯ ระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าว ถือเป็นโซลูชันทางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รายแรกของโลกในด้านการจัดการกับหางแร่เหล็กเกรดต่ำพิเศษ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแร่ที่มีปริมาณเหล็กเพียงร้อยละ 10 ให้กลายเป็นแร่เหล็กเกรดเข้มข้นคุณภาพสูงถึงร้อยละ 65 ได้ โดยเทคโนโลยีนี้ อาจช่วยปลดล็อกการนำแร่เหล็กถลุงยากเกือบ 3 หมื่นล้านตัน และหางแร่อีกเกือบ 1 แสนล้านตันทั่วจีน กลับมาใช้ประโยชน์

จีนบริโภคแร่เหล็กมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ทว่า แหล่งแร่ภายในประเทศส่วนใหญ่เป็นแร่คุณภาพต่ำและแปรรูปได้ยาก ส่งผลให้จีนต้องพึ่งพาการนำเข้าแร่เหล็กมากถึง 1.13 หมื่นล้านตันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 เมื่อกัวซุนมู่ วิศวกรเคมีจีน ได้ริเริ่มเทคโนโลยีการคั่วเหนี่ยวนำแม่เหล็กแบบฟลูอิดไดซ์เบด (fluidized-bed magnetizing roasting) ทว่าการพัฒนาสู่ระดับอุตสาหกรรมในขณะนั้นต้องชะงักลงเนื่องจากรากฐานทางอุตสาหกรรมของจีนยังไม่เข้มแข็งพอ จนกระทั่งจูชิ่งซานได้สานต่อภารกิจนี้ในปี 2004 เพื่อแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพต่ำและต้นทุนพลังงานสูง

ทีมของจู ได้สร้างระบบการเผาแร่แบบฟลูอิดไดซ์เบดเต็มรูปแบบ พร้อมร่วมมือในการก่อสร้างโรงงานกำลังการผลิตระดับ 100,000 ตันต่อปี ในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) แม้โครงการจะหยุดชะงัก ในปี 2008 จากวิกฤตการณ์ทางการเงิน ทว่า สามารถเปิดดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพ ในเดือนธันวาคม 2012 บทเรียนจากโครงการดังกล่าว ได้นำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิตรุ่นที่สอง ที่มีระบบควบคุมแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งต่อมาได้รับการนำไปปรับใช้โดยอันสตีล กรุ๊ป (Ansteel Group) ผู้ผลิตเหล็กกล้าชั้นนำสัญชาติจีน

ที่อันสตีล กรุ๊ป เทคโนโลยีดังกล่าว มีอัตราการแปลงสภาพแร่สูงถึงร้อยละ 98 โดยปัจจุบันมีการลงนามในข้อตกลงมอบสิทธิการใช้งานเทคโนโลยี แล้ว 11 ฉบับ ครอบคลุมกำลังการแปรรูป มากกว่า 15 ล้านตันต่อปี ทั้งยังขยายผลสู่ต่างประเทศ เช่น โครงการแร่ลิโมไนต์ (limonite) ในลาว ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยมีแผนขยายการใช้เทคโนโลยีนี้ ไปสู่กระบวนการแปรรูปแร่ชนิดอื่น และการนำขยะของแข็งกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่นกัน

(ที่มา : https://www.xinhuathai.com/silkroad/595348_20260904 , https://en.imsilkroad.com/p/352039.html)

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 4 กันยายน 2569 18:17:59 เข้าชม 1568299 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ทันใจ
Comments are closed.

Check Also

รองนายกฯ จีน เรียกร้อง สมาชิก APEC ผนึกกำลัง ยกระดับ ความมั่นคงทางอาหาร

หางโจว, 4 ก.ย. (ซินหัว) — เร็วๆ นี้ หลิวกั๋วจง รอ … …