Home ข่าวเด่น ดิจิทัล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อภัยใกล้ตัว และความพร้อมรับมือ เหตุฉุกเฉิน” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อภัยใกล้ตัว และความพร้อมรับมือ เหตุฉุกเฉิน” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์”

13 second read
0
0
249

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อภัยใกล้ตัว และความพร้อมรับมือ เหตุฉุกเฉิน” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการ ชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 37 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 4-7 ก.ย. 2569 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุป สำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ท่าน กังวล ว่า จะเกิดภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินใดมากที่สุด ? (สำรวจโดย • 27.3% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ) • รองลงมา 17.3% กังวลไฟไหม้บ้านเรือน หรือชุมชน, 17.0% กังวลแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่ม และ 11.4% กังวลพายุ ลมแรง หรือฟ้าผ่าขณะที่ 7.5% กังวลเหตุจากโรงงาน เช่น ไฟไหม้ ระเบิด หรือสารเคมีรั่วไหล ซึ่งเท่ากับกลุ่มที่ไม่มี/ไม่กังวลเรื่องใดเป็นพิเศษ, 6.8% กังวลอุบัติเหตุใหญบนท้องถนนหรือระบบขนส่ง, 2.8% กังวลไฟป่าหรือหมอกควัน และ 2.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

➡ แม้น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มจะเป็นความกังวลอันดับแรก แต่ไฟไหม้บ้านเรือน และเหตุเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่มก็ได้รับความสนใจในสัดส่วนที ่ไม่น้อย การเตรียมการรับมือจึงควรครอบคลุมทั้งภัยธรรมชาติ และเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับอาคาร ชุมชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

2. ต่างพื้นที่ ต่างความกังวล ต่างความพร้อม : คนใต้กว่า 2 ใน 3 ห่วงน้ำท่วม คนกรุงห่วงอาคารถล่ม -4 ภูมิภาคมองชุมชนพร้อมมาก ส่วน กทม. และตะวันออกพร้อมปานกลาง • กรุงเทพมหานคร: 40.6% กังวลแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่มมากที่สุด ขณะที่ 52.4% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับปานกลาง • ภาคกลาง : 36.7% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 44.5% ประเมิน ว่า ชุมชน มีความพร้อมรับมือในระดับมาก • ภาคตะวันออก : 36.3% กังวลพายุ ลมแรง หรือฟ้าผ่ามากที่สุด ขณะที่ 45.7% ประเมิน ว่า ชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับปานกลาง • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : 34.6% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 33.3% ประเมินว่าชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับมาก • ภาคเหนือ: 32.0% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 40.7% ประเมิน ว่า ชุมชนมีความพร้อมรับมือในระดับมาก • ภาคใต้ : 67.5% กังวลน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มมากที่สุด ขณะที่ 39.0% ประเมิน ว่า ชุมชน มีความพร้อมรับมือในระดับมาก

KPI Poll#37 | 2

➡ ความกังวลต่อภัยแตกต่างกันตามพื้นที่ โดยในภูมิภาคส่วนใหญ่ น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มเป็นความกังวลอันดับแรก โดยเฉพาะภาคใต้ ขณะที ่กรุงเทพมหานครกังวลแผ่นดินไหว ดินทรุด หรืออาคารถล่มมากที่สุด ส่วนด้านความพร้อมส่วนใหญ่พร้อมมาก ยกเว้น กรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก ดังนั้น การเตรียมรับมือ จึงควรพิจารณาทั้งภัยที่ประชาชนกังวล และข้อจำกัดของชุมชน ควบคู่กับการตรวจสอบความเสี่ยงและความพร้อมจริง

3. เกือบครึ่งยังไม่มั่นใจ จะได้รับคำเตือนภัยถูกต้อง และทันเวลา • 49.6% มั่นใจ ว่า จะได้รับข้อมูลแจ้งเตือนที่ถูกต้อง และทันท่วงที ขณะที่ 47.1% รู้สึกไม่มั่นใจ และ 3.3% ไม่แน่ใจ หรือไม่มีความเห็น

➡ สัดส่วนผู้ที่มั่นใจแ ละไม่มั่นใจใกล้เคียงกัน สะท้อน ว่า ความเชื่อมั่นต่อการแจ้งเตือนยังเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องพัฒนา ทั้งการระบุแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การแจ้งเตือนให้ทันสถานการณ์ และการบอกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน

4. “สื่อออนไลน์” นำ “Cell Broadcast” ช่องทางเตือนภัยที่ประชาชนเชื่อว่าเร็วที่สุด • 26.2% เลือกสื่อออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน เช่น LINE, Facebook หรือ Thai Disaster Alert • รองลงมา 22.2% เลือก Cell Broadcast หรือข้อความเตือนภัยที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือโดย
อัตโนมัติ, 16.3% เลือกหอกระจายข่าวในชุมชน, 13.9% เลือกการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัคร, 10.9% เลือกข้อความ SMS, 5.1% เลือกหอเตือนภัยหรือเสียงสัญญาณเตือนภัย, 2.9% เลือกโทรทัศน์หรือวิทยุ และ 2.5% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

➡ ช่องทางดิจิทัลเด่นด้านความรวดเร็วในสายตาประชาชน แต่หอกระจายข่าวและบุคลากรในชุมชนยังมีบทบาทสำคัญ จึงควรใช้หลายช่องทางร่วมกัน โดยสื่อสารข้อมูลที่ตรงกันและช่วยให้ประชาชนเข้าใจวิธีปฏิบัติ

บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 37

ผลสำรวจสะท้อน ว่า ความกังวลต่อภัย และการประเมินความพร้อมของชุมชนแตกต่างกันตามพื้นที่ ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการแจ้งเตือนยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องพัฒนา ภาครัฐ จึงควรนำเสียงสะท้อนของประชาชนมาพิจารณาควบคู่กับข้อมูลความเสี่ยง และความพร้อมจริง เพื่อวางแผนและจัดสรรบุคลากร อุปกรณ์ และระบบช่วยเหลือให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนผ่านทั้งช่องทางดิจิทัล และเครือข่ายชุมชนด้วยข้อมูลที่สอดคล้องกัน ถูกต้อง ทันเวลา และระบุวิธีปฏิบัติชัดเจน โดยคำนึงถึงผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้จำกัด ควบคู่กับการส่งเสริมให้ท้องถิ่น และประชาชน ร่วมจัดทำแผนและฝึกซ้อม เพื่อให้รู้จุดปลอดภัย เส้นทางอพยพ และช่องทางขอความช่วยเหลือ รวมทั้ง กำหนดผู้รับผิดชอบและขั้นตอนประสานงานให้ชัดเจน และนำข้อจำกัดที่พบจากการฝึซ้อมมาปรับปรุง เพื่อให้คำเตือนเชื่อมไปสู่การปฏิบัติ และการช่วยเหลือได้จริง เมื่อเกิดเหตุ

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 11 กันยายน 2569 10:00:00 เข้าชม 1897633 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

OR มอบ บิ๊กแบค จำนวน 400 ถุง ให้กทม. สนับสนุน ภารกิจ กองบัญชาการ กองทัพไทย บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จาก อุทกภัย

พลโทชยพณัฐ วิริวัฒน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาก … …