สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริจาค และการจัดการเงินวัด” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 40 ที่ ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 18-21 ก.ย. 2569 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. ข่าวเกี่ยวกับการนำเงินของวัดไปใช้โดยมิชอบ ส่งผลต่อการตัดสินใจบริจาคเงินให้วัดของท่านอย่างไร ? (สำรวจโดย) • 32.3% ตัดสินใจพักหรือหยุดบริจาคเงินให้วัด สูงที่สุด • รองลงมา 21.1% ยังบริจาค แต่ตรวจสอบข้อมูลของวัดมากขึ้น, 18.2% ไม่ได้บริจาคเงินให้วัดอยู่แล้ว, 9.2% เปลี ่ยนไปบริจาคสิ ่งของแทนเงิน, 8.9% ยังคงบริจาคตามปกติ, 7.9% ลดจำนวนเงินที ่บริจาค และ 2.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
➡ การพัก หรือหยุดบริจาคเงินให้วัด เป็นคำตอบที่มีสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อน ว่า ความมั่นใจต่อการใช้เงินมีส่วนในการตัดสินใจบริจาค ขณะที่บางส่วนเลือกตรวจสอบข้อมูลของวัดมากขึ้น หรือเปลี่ยนรูปแบบการให้ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการบริจาคเมื่อมีข่าวการนำเงินวัดไปใช้โดยมิชอบ
2. “ใต้ เหนือ และกรุงเทพฯ” เลือกบริจาคสิ่งของแทนเงินมากสุด – “ภาคกลาง” เลือกลดเงินบริจาค • 42.6% ของผู้ตอบในภาคใต้เลือกเปลี่ยนไปบริจาคสิ่งของแทนเงิน เป็นคำตอบอันดับหนึ่งเช่นเดียวกับภาคเหนือ (36.1%) และกรุงเทพมหานคร (35.2%) • 27.5% ของผู้ตอบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลือกยังบริจาคแต่ตรวจสอบข้อมูลของวัดมากขึ้นสูงสุด ขณะที่ 24.0% ของผู้ตอบในภาคกลางเลือกลดจำนวนเงิน ที่บริจาคสูงสุด และ 18.8% ของผู้ตอบในภาคตะวันออก เลือกยังคงบริจาคตามปกติสูงสุด
➡ ข่าวการใช้เงินวัดโดยมิชอบ ส่งผลต่อการตัดสินใจบริจาคต่างกัน ในแต่ละพื้นที่ สะท้อนถึงความระมัดระวัง ในการให้มีหลายรูปแบบ ทั้งการเปลี่ยนสิ่งที่บริจาค ตรวจสอบข้อมูลเพิ ่มเติม และ ลด/พักการบริจาค
KPI Poll#40 | 2
3. เกือบ 3 ใน 4 ไม่เชื่อมั่น ว่า เงินบริจาคให้วัด จะถูกใช้ตรงวัตถุประสงค์ • 73.2% ไม่ค่อยเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นเลย ว่า เงินที่ประชาชนบริจาคให้วัด จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ มีสัดส่วนสูงสุด • รองลงมา 20.7% ค่อนข้างเชื่อมั่น-เชื่อมั่นมาก และ 6.1% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
➡ ความเชื่อมั่นต่อการใช้เงินบริจาค เป็นโจทย์สำคัญของการจัดการเงินวัด ผลสำรวจสะท้อนความไม่มั่นใจ ว่า เงินจะถูกนำไปใช้ตามเจตนาของผู้บริจาค แม้การให้จะเริ่มต้นจากความศรัทธา แต่ความไว้วางใจต่อการจัดการ และการใช้เงินบริจาคก็มีความสำคัญเช่นกัน
4. “เปิดรายรับรายจ่าย” เป็นแนวทางอันดับหนึ่ง ส่วนคนกรุงเน้น “ช่องทางร้องเรียนและแจ้งผลตรวจสอบ” • 36.4% ระบุ ควรเปิดเผยรายรับรายจ่ายให้ประชาชนเข้าถึง และตรวจสอบได้ เป็นแนวทางสร้างความโปร่งใส ในการจัดการเงินบริจาคของวัดสูงสุด • รองลงมา 17.2% ให้ผู้ตรวจสอบจากภายนอกตรวจบัญชีอย่างสม่ำเสมอ, 15.0% แยกบัญชีเงินของ
วัดออกจากบัญชีส่วนบุคคลอย่างชัดเจน, 8.5% ให้ตัวแทนประชาชนในชุมชนร่วมกำกับดูแลการใช้เงิน, 7.7% กำหนดให้การเบิกจ่ายต้องได้รับอนุมัติจากผู้รับผิดชอบหลายคน, 7.7% มีช่องทางร้องเรียน และแจ้งผลการตรวจสอบที่ชัดเจน, 2.2% เห็นว่าระบบที่มีอยู่เพียงพอแล้ว และ 5.3% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น • รายภาค: 46.8% ของผู ้ตอบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลือกเปิดเผยรายรับรายจ่ายให้ประชาชนเข้าถึง และตรวจสอบได้สูงสุด รองลงมา คือ ภาคตะวันออก (40.2%) ภาคกลาง (36.5%) ภาคเหนือ
(33.1%) และ ภาคใต้ (27.8%) ส่วนกรุงเทพมหานคร (37.7%) เลือกมีช่องทางร้องเรียนและแจ้งผลการตรวจสอบที่ชัดเจนสูงสุด
➡ การเปิดเผยรายรับรายจ่าย ได้รับความสำคัญสูงกว่าด้านอื่น แต่ความโปร่งใสยังครอบคลุม ทั้งการตรวจสอบจากภายนอก การแยกบัญชีและการมีส่วนร่วมกำกับดูแล สะท้อน ว่า ประชาชนต้องการทั้งการรับรู้ ว่า เงินบริจาคจะถูกใช้อย่างไร และความมั่นใจ ว่า จะมีกระบวนการตรวจสอบที่ติดตามผลได้
บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 40
ความเชื่อมั่นต่อการใช้เงินบริจาคของวัด ยังเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ขณะที่การตัดสินใจบริจาคมีหลายรูปแบบ ตามพื้นที่ สะท้อนความระมัดระวัง ในการบริจาคเมื่อมีข่าวการใช้เงินวัด โดยมิชอบ ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่น จึงควรทำให้ผู้บริจาคเห็นได้ว่า เงินถูกนำไปใช้อย่างไร ผ่านการเปิดเผยรายรับรายจ่ายที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ การแยกบัญชีเงินวัดกับเงินส่วนบุคคล และการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับช่องทางร้องเรียนที่ติดตามผลได้ โดยออกแบบให้เหมาะกับขนาด และความพร้อมของแต่ละวัด เพื่อให้การตรวจสอบเกิดขึ้นได้จริง และช่วยให้ประชาชนตัดสินใจบริจาคจากข้อมูล ที่ชัดเจนขึ้น
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 2 ตุลาคม 2569 08:46:59 เข้าชม 1598337 ครั้ง










