อุรุมชี, 2 ต.ค. (ซินหัว) — ไม่นานมานี้ สตาร์บัคส์ (Starbucks) ยักษ์ใหญ่ร้านกาแฟระดับโลก ได้เปิดให้บริการ 2 สาขาใหม่ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน นับเป็นการเปิดตัวสาขาแรกในภูมิภาคดังกล่าว และเป็นการขยายธุรกิจครั้งล่าสุด ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของบริษัทรองจากสหรัฐฯ
ทั้งสองสาขาแห่งใหม่ ตั้งอยู่ในนครอุรุมชี โดยแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) อันเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุรุมชี เทียนซาน (Urumqi Tianshan International Airport)
ร้านสาขาในตลาดแกรนด์บาซาร์โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างหลังคาซุ้มของตลาดบาซาร์แบบดั้งเดิม ขณะที่การตกแต่งภายในสะท้อนกลิ่นอายวัฒนธรรมซินเจียงผ่านองค์ประกอบอย่างผ้าไหมแอตลาส (Atlas silk) และเครื่องดนตรีพื้นเมือง นอกจากนี้ ทั้งสองสาขาได้เปิดตัวเมนูและเครื่องดื่มพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น เช่น ชานมเค็มรสฟองนมสไตล์ซินเจียง
มอลลี หลิว (Molly Liu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ ประเทศจีน ระบุ ในแถลงการณ์ ว่า การก้าวเข้าสู่ซินเจียง เป็นเครื่องหมายของการขยายเครือข่ายสาขาของบริษัทให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และยังเปิดโอกาสให้สตาร์บัคส์ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งกับตลาดอันคึกคักแห่งนี้ ตลอดจนสร้างความผูกพันที่จริงใจและยั่งยืนกับลูกค้าในพื้นที่

จางอวี่ เจ้าหน้าที่ประจำสำนักกำกับดูแลตลาดส่วนภูมิภาค ระบุว่า ซินเจียง ได้กำหนดให้แนวคิด “เศรษฐกิจร้านค้าสาขาแรก” (First-store economy) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความคึกคักทางการค้าของเมือง เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นอุปสงค์ และความต้องการบริโภคภายในประเทศ โดยซินเจียงจะยังคงเดินหน้าปรับปรุงนโยบายสนับสนุนร้านค้าสาขาแรก ยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการอนุมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
การเปิดสาขาใหม่ครั้งนี้สอดรับกับความร่วมมือระหว่างสตาร์บัคส์และบริษัทร่วมทุน โป๋อวี้ แคปปิตอล (Boyu Capital) ของจีน ในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกในจีน โดยข้อตกลงที่ลงนามเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา กำหนดให้โป๋อวี้และสตาร์บัคส์ร่วมกันบริหารจัดการกิจการค้าร่วม โดยโป๋อวี้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 ของการดำเนินงานค้าปลีกของสตาร์บัคส์ในจีน ขณะที่สตาร์บัคส์ยังคงถือหุ้นส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 40
ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ จะยังคงเป็นเจ้าของแบรนด์สตาร์บัคส์ พร้อมทั้งให้สิทธิ์การใช้แบรนด์ และทรัพย์สินทางปัญญาแก่บริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ดังกล่าว
การขยายสาขาครั้งล่าสุด เกิดขึ้นขณะที่สตาร์บัคส์กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจในอเมริกาเหนือ โดยบริษัทได้ประกาศแผนการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะปิดให้บริการร้านกาแฟที่ทำผลงานต่ำกว่าเป้าหมายจำนวน 250 แห่ง ในภูมิภาค
สตาร์บัคส์ เปิดให้บริการสาขาแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนมกราคม ปี 1999 และได้ขยายเครือข่ายสาขาในจีน อย่างต่อเนื่อง ตามความนิยมดื่มกาแฟของชาวจีน โดยข้อมูลประจำปี งบประมาณ 2026 ของบริษัท ระบุ ว่า เมื่อนับจนถึงวันที่ 27 ก.พ. 2026 สตาร์บัคส์มีสาขาที่เปิดให้บริการบนจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งสิ้น 8,342 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้น 331 แห่งเมื่อเทียบกับสิ้นปีงบประมาณ 2025

จีนแผ่นดินใหญ่ ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสตาร์บัคส์ รองจากสหรัฐฯ โดยสตาร์บัคส์มีสาขาเปิดให้บริการในสหรัฐฯ รวม 16,933 แห่ง เมื่อนับจนถึงวันที่ 28 มิ.ย. 2026 อ้างอิงจากข้อมูลผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2026 ของบริษัท
การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องยาวนานของสตาร์บัคส์ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของแบรนด์ต่างชาติ ในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในตลาดผู้บริโภคของจีน ที่กำลังเติบโต
สำนักกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (State Administration for Market Regulation) ระบุ ว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จีน มีบริษัททุนต่างชาติ ที่จัดตั้งใหม่จำนวน 35,000 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์แสดงให้เห็น ว่า มีบริษัททุนต่างชาติ เกือบ 4,800 แห่ง ที่เพิ่มการลงทุนในจีนช่วงครึ่งแรกของปี 2026
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/601010_20261002 , https://en.imsilkroad.com/p/352409.html)
ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงาน ร่วมถ่ายภาพหมู่ในร้านสตาร์บัคส์ ในนครอุรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 29 ก.ย. 2026)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ เสาร์ 3 ตุลาคม 2569 13:18:59 เข้าชม 1879558 ครั้ง










