Home ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์ “พรสวรรค์ที่มองไม่เห็น” ของอวี๋ จื่อตี๋ นักว่ายน้ำทีมชาติจีน วัย 13 ปี ผู้คว้า MVP เอเชียนเกมส์

“พรสวรรค์ที่มองไม่เห็น” ของอวี๋ จื่อตี๋ นักว่ายน้ำทีมชาติจีน วัย 13 ปี ผู้คว้า MVP เอเชียนเกมส์

6 second read
0
0
106

ชื่อของ อวี๋ จื่อตี๋ (Yu Zidi – 于子迪) กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ในวงการว่ายน้ำจีน หลังนักกีฬาวัย เพียง 13 ปี คว้า 3 เหรียญทอง จาก เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ นาโกยา ญี่ปุ่น ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาทรงคุณค่า (MVP) ฝ่ายหญิงของการแข่งขันครั้งนี้

ผลงานของอวี๋ จื่อตี๋ ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะจำนวนเหรียญ ในรายการ 200 เมตร ท่าผีเสื้อ เธอทำเวลา 2 นาที 5.08 วินาที ทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ จากนั้น ใน 200 เมตรเดี่ยวผสม ทำเวลา 2 นาที 6.10 วินาที ทำลายสถิติเอเชีย และคว้าเหรียญทองอีก 1 รายการ จาก 400 เมตรเดี่ยวผสม ด้วยเวลา 4 นาที 28.56 วินาที ซึ่งเป็นสถิติเอเชียนเกมส์เช่นกัน

สำหรับ นักกีฬา ที่เพิ่งลงแข่งเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก ผลงานระดับนี้ทำให้อวี๋ จื่อตี๋ ถูก มอง ว่า เป็นดาวรุ่งคนสำคัญของทีมว่ายน้ำจีน แต่ เมื่อ สำนักข่าวซินหัว ไปถามคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเธอ ว่า อะไร คือ สิ่งที่ทำให้เด็กวัย 13 ปี คนนี้ พัฒนาได้รวดเร็ว คำตอบกลับไม่ได้อยู่ที่ความสูง ช่วงแขน หรือพละกำลัง สิ่งที่โค้ชพูดถึงมากกว่า คือ “ความสามารถในการเรียนรู้”

อวี๋ จื่อตี๋ รับคำแนะนำเรื่องเทคนิคได้เร็ว เข้าใจรายละเอียดของท่าว่าย และสามารถนำไปปรับใช้ในการฝึกได้ทันที แม้ก่อนการแข่งขัน จะมีความตื่นเต้นเหมือนนักกีฬาทั่วไป แต่โค้ชบอกว่า ความตื่นเต้นของเธอไม่ค่อยกระทบกับผลงานในสระ

Kang Jing ผู้จัดการ สโมสรว่ายน้ำไท่หัว มณฑลเหอเป่ย์ ซึ่งดูแลอวี๋ จื่อตี๋ มาตั้งแต่ยังเด็ก เล่าย้อนถึงช่วงที่เธออายุ ประมาณ 10 ปี ว่า เธอเป็นเด็กที่พูดคุย และหัวเราะได้ตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลาต้องจดจ่อกับสิ่งใด เธอกลับสามารถอยู่กับสิ่งนั้นได้นาน คุณสมบัตินี้ ตามมากับเธอจนถึงสระว่ายน้ำ

ในการฝึก นักกีฬาของสโมสร ไม่ได้ถูกสั่งให้ว่ายตามโปรแกรมอย่างเดียว แต่ต้องจดบันทึกสิ่งที่ทำในแต่ละวัน รวมถึง ข้อผิดพลาด และจุดที่ต้องแก้ไข อวี๋ จื่อตี๋ ก็ทำเช่นเดียวกัน

โค้ช มองว่า ความสามารถในการฟัง วิเคราะห์ และแก้ไขตัวเองเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เธอพัฒนาได้เร็ว

ตัวอย่าง ที่เห็นชัดเกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ 200 เมตรเดี่ยวผสม

ก่อนเข้าสู่ช่วงฟรีสไตล์ 50 เมตร สุดท้าย อวี๋ จื่อตี๋ ยังตามหลัง อวี๋ อี้ถิง แชมป์เก่าอยู่ 0.03 วินาที แต่ในช่วงสุดท้ายเธอเร่งจังหวะ พลิกกลับมาแตะขอบสระเป็นคนแรก และทำเวลาเร็วกว่าเดิม จนทำลายสถิติเอเชีย 0.72 วินาที

หลังการแข่งขัน เธออธิบายช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน ว่า สิ่งที่ต้องทำ คือ ว่ายกลับมาให้ได้ และไม่เหลือแรงไว้ เพราะเป็นสิ่งที่ซ้อมกันมาตลอด

ขณะที่ชีวิตนอกสระของเธอ ยังคงเป็นชีวิตของเด็กมัธยมต้น แม้ต้องเดินทางเก็บตัวและแข่งขัน อวี๋ จื่อตี๋ยังเรียนหนังสือ และทำการบ้านตามปกติ หากต้องเดินทางก็ใช้การเรียนออนไลน์เพื่อตามบทเรียน ขณะที่สโมสรพยายามให้การฝึกกีฬา และการเรียนเดินไปพร้อมกัน

เธอ บอกว่า สิ่งที่ทำได้ในวันนี้ มาจากการฝึกสะสมทีละวัน มากกว่าความสามารถที่เกิดขึ้น เอง นั่น จึงเป็นที่มาของคำที่โค้ชใช้เรียกคุณสมบัติของเด็กคนนี้ว่า “พรสวรรค์ที่มองไม่เห็น” ไม่ใช่เพียงว่ายน้ำได้เร็ว แต่เป็นการฟังคำแนะนำ เข้าใจสิ่งที่ต้องแก้ รักษาสมาธิ ในช่วงกดดัน และทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ในวัย 13 ปี อวี๋ จื่อตี๋มีทั้ง 3 เหรียญทอง สถิติเอเชีย และรางวัล MVP เอเชียนเกมส์อยู่ในมือแล้ว แต่ สำหรับทีมโค้ช สิ่งที่ยังสำคัญกว่าเหรียญ และสถิติ คือ การรักษาจังหวะการพัฒนาของเด็กคนนี้ ให้เดินต่อไปทีละขั้น เพราะเส้นทางของนักว่ายน้ำ วัย 13 ปี เพิ่งเริ่มต้น เท่านั้น

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : CGTN

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 9 ตุลาคม 2569 17:48:59 เข้าชม 1897332 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์
Comments are closed.

Check Also

โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต รับมอบเงิน เพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ “อาคารรังสีรักษา” “ศูนย์รังสีรักษาครบวงจร โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต”

9 ตุลาคม 2569 คุณนันทิยา เชื้อชูวงศ์ และเพื่อน ๆ บริจาค … …