การพัฒนาเป็นประเด็นสำคัญ ที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมาทุกยุคทุกสมัย และเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาทั้งปว งที่โลกกำลังเผชิญอยู่
วันที่ 21 กันยายน 2021 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้นำเสนอข้อริเริ่มการพัฒนาโลก ในระหว่างการอภิปรายทั่วไป ของที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ สมัยที่ 76 ข้อริเริ่มนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นกรอบการทำงานที่ครอบคลุม เพื่อแก้ไขอุปสรรคสำคัญด้านการพัฒนา โดยนำเสนอมุมมองของจีนที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการลงมือปฏิบัติจริงกับความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา จีนมุ่งมั่นขับเคลื่อนข้อริเริ่มการพัฒนาโลกโดยร่วมมือกับหุ้นส่วนระหว่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การพัฒนาของโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น การกลับมาของลัทธิเอกภาคนิยม และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เชื่องช้า ได้ทำให้ความไม่สมดุล ช่องว่างด้านธรรมาภิบาล และความไม่เท่าเทียมที่มีอยู่เดิมทวีความรุนแรงขึ้น
ข้อริเริ่มการพัฒนาโลก ตอบสนองต่อความท้าทายเชิงระบบโดยตรง ด้วยการจัดการกับปัญหาโครงสร้างการพัฒนาในระบบธรรมาภิบาล การพัฒนาของโลก ภายใต้หลักการสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาเป็นลำดับแรก แนวทางที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อทุกคน การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และการดำเนินงานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ แนวทางดังกล่าวได้ช่วยขยายช่องทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาระดับโลก

แทนที่จะมองทรัพยากรเพื่อการพัฒนาเป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการเมืองหรือกลยุทธ์การแข่งขัน ข้อริเริ่มการพัฒนาโลกยึดมั่นในความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวมของมนุษยชาติ เป็นแนวทางปฏิบัติมาโดยตลอด อีกทั้งยังตระหนักถึงความแตกต่างด้านระดับการพัฒนา ความต้องการ และสิทธิประโยชน์ของแต่ละประเทศ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประเทศกำลังพัฒนาในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่เป็นอิสระ เที่ยงธรรม และยั่งยืน
นับตั้งแต่เปิดตัวข้อริเริ่มการพัฒนาโลก ได้ขยายเครือข่ายหุ้นส่วนความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในระดับสากลมากยิ่งขึ้น โดยจีนได้จัดการประชุมระดับสูงเกี่ยวกับข้อริเริ่มการพัฒนาโลก ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ติดต่อกันถึง 4 สมัย และได้จัดตั้งเวทีหารือว่าด้วยการดำเนินการระดับโลกเพื่อการพัฒนาร่วมกัน และส่งเสริมการหารือเชิงนโยบายและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ปัจจุบัน มีประเทศและองค์การระหว่างประเทศ กว่า 130 แห่ง ที่สนับสนุนข้อริเริ่มการพัฒนาโลก และเข้าร่วมในความร่วมมือดังกล่าว อีกทั้งยังมี 88 ประเทศที่เข้าร่วมกลุ่มมิตรแห่งข้อริเริ่มการพัฒนาโลก (Group of Friends of the GDI)
คณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามวาระปี ค.ศ. 2030 (2030 Agenda) ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานด้านการพัฒนา มากกว่า 20 แห่ง และเพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินงานดังกล่าว จีนได้จัดตั้งกลไกและเวทีความร่วมมือกว่า 30 รายการ โดยมีการระดมเงินทุนรวมมูลค่ากว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านกลไกต่างๆ เช่น กองทุนสันติภาพและการพัฒนาระหว่างจีนและสหประชาชาติ
กองทุนเพื่อการพัฒนาระดับโลกและความร่วมมือใต้-ใต้ รวมถึงโครงการระดมเงินทุนอื่นๆ ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวได้มีการดำเนินโครงการต่างๆ กว่า 2,000 โครงการ และจัดการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรในสาขาอาชีพต่างๆ เป็นจำนวนกว่า 200,000 คน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนที่สำคัญยิ่งในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการพัฒนาให้กับกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South)

ปัจจุบัน ความร่วมมือด้านการพัฒนาระดับโลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการปรับเปลี่ยนกลไกขับเคลื่อนและปรับโครงสร้าง การฟื้นฟูการพัฒนาระดับโลก จำเป็นต้องอาศัยความสามัคคีและการผนึกกำลังของนานาประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลในการพัฒนา อีกทั้งยังต้องอาศัยการยึดมั่นในหลักการพหุภาคีอย่างแท้จริงและการปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลโลกให้ดียิ่งขึ้น
ในอนาคต จีน จะยังคงแสดงบทบาทในฐานะประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบต่อไป โดย จะกระชับความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศในทุกมิติ และผนึกกำลังกับนานาประเทศอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และมุ่งมั่นแน่วแน่ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามข้อริเริ่มการพัฒนาโลก ปรับปรุงธรรมาภิบาลการพัฒนาระดับโลก และร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นแก่มวลมนุษยชาติ
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ พฤหัสบดี 15 ตุลาคม 2569 18:17:59 เข้าชม 1897233 ครั้ง










