อีกไม่ถึง 10 ปี กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน จะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด จากปัจจุบันที่มีผู้สูงอายุเกือบ 1 ใน 4 ของเมือง ทำให้ทางการกรุงปักกิ่งต้องเร่งขยายบริการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งด้านที่พักอาศัย สุขภาพ และสวัสดิการ ขณะที่ภาคธุรกิจเริ่มมองเห็นโอกาสจากตลาดสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
Beijing Daily รายงานว่า จนถึงสิ้นปี 2025 กรุงปักกิ่งมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 5.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 24.3 ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าสัดส่วนนี้จะเพิ่มเป็นมากกว่าร้อยละ 33 ภายในปี 2035 ซึ่งหมายความว่า ในประชากรปักกิ่งทุก 3 คน จะมีผู้สูงอายุอย่างน้อย 1 คน
ตัวเลขนี้เป็นอีกสัญญาณของปัญหาโครงสร้างประชากรที่จีนกำลังเผชิญ หลังจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนมีอายุยืนขึ้น ส่งผลให้จำนวนแรงงานที่ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล เงินบำนาญ และบริการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น
ทางการกรุงปักกิ่งจึงเร่งปรับระบบดูแลผู้สูงอายุ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลที่บ้านและในชุมชนมากขึ้น แทนการพึ่งพาสถานดูแลผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย และเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้สะดวกขึ้น
ปัจจุบันกรุงปักกิ่งมีสถานดูแลผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียน 620 แห่ง ศูนย์บริการผู้สูงอายุระดับภูมิภาค 168 แห่ง และจุดบริการในชุมชนมากกว่า 1,500 แห่ง รวมเตียงรองรับผู้สูงอายุประมาณ 155,000 เตียง นอกจากนี้ ยังมีจุดบริการอาหารสำหรับผู้สูงอายุเกือบ 3,000 แห่ง
บริการเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางจัดระบบดูแลผู้สูงอายุในระยะเดินทาง 15 นาที เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานได้ใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การดูแลสุขภาพ หรือความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน โดยทางการกรุงปักกิ่งมีแผนเพิ่มเตียงดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอีก 30,000 เตียงภายใน 3 ปีข้างหน้า
ด้านสาธารณสุข มีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลกับสถานดูแลผู้สูงอายุ เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้มีภาวะสมองเสื่อม และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยตั้งเป้าว่า ภายในปี 2030 โรงพยาบาลทั่วไปมากกว่าร้อยละ 95 จะต้องมีแผนกเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ
ส่วนมาตรการด้านสวัสดิการ ในปี 2025 รัฐบาลปักกิ่งจ่ายเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุรวมประมาณ 3,510 ล้านหยวน (ประมาณ 16,950 ล้านบาท) โดยมุ่งช่วยเหลือผู้สูงอายุรายได้น้อย ผู้มีภาวะพึ่งพิง และผู้สูงอายุวัยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยยังทำให้ตลาดสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุ หรือเศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy) ได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน อาหารและโภชนาการ อุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนไหว เทคโนโลยีติดตามสุขภาพ และบริการที่ออกแบบให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง
ปัจจุบันกรุงปักกิ่งมีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนธุรกิจเกี่ยวข้องกับบริการผู้สูงอายุประมาณ 13,000 ราย โดยตลาดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลด้านสุขภาพ แต่ยังรวมถึงกลุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรงและต้องการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง ซึ่งมีความต้องการสินค้าและบริการแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของธุรกิจผู้สูงอายุยังมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีรายได้จากเงินบำนาญไม่มากนัก ทำให้ทางการกรุงปักกิ่งต้องพัฒนาระบบสวัสดิการควบคู่กับการส่งเสริมภาคธุรกิจ เพื่อให้บริการที่จำเป็นไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มที่มีกำลังจ่ายสูง
การเตรียมรับประชากรสูงวัยของปักกิ่งจึงไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนสถานดูแลผู้สูงอายุเท่านั้น แต่รวมถึงการปรับบริการสาธารณะและระบบสวัสดิการให้รองรับประชากรที่มีอายุยืนยาวขึ้น โดยมีเวลาอีกไม่ถึง 1 ทศวรรษก่อนที่ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของเมือง
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : CGTN
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ อังคาร 20 ตุลาคม 2569 19:22:59 เข้าชม 1687599 ครั้ง










