สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69 โค้งสุดท้าย : ทิศทางการเลือกผู้ว่ฯ และ ส.ก. คนใหม่ (ครั้งที่ 3) ” โดย มุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 26 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 22-25 มิ.ย. 2569 จาก ประชาชน ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,150 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. โค้งสุดท้ายคะแนนเริ่มนิ่ง ชัชชาติทะลุครึ่ง — คนลังเลลดฮวบ • “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” มีคะแนนนำชัดเจนที่ 53.6% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 และครั้งที่ • รองลงมา คือ “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” 12.0% , “ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” 9.8% , “อนุชา บูรพชัยศรี” 6.6% , “ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี” 2.3% และผู้สมัครอื่น ๆ 9.9% ขณะที ่ “คนยังไม่ตัดสินใจ” ลดลงมาก เหลือเพียง 4.9%
➡ สนามผู้ว่าฯ กทม. เข้าสู่ภาวะ “คะแนนตกผลึก” มากขึ้นอย่างชัดเจน ในโค้งสุดท้าย แต่ในทางการเมือง การนำในโพลยังไม่เท่ากับผลเลือกตั้งจริง เพราะตัวแปรสำคัญ ในช่วงท้าย คือ “การออกมาใช้สิทธิของฐานสนับสนุนแต่ละฝ่าย”
2. “สภา ส.ก. หลายขั้ว” — ผู้สมัคร “พรรคประชาชน” จ่อเป็นกลุ่มใหญ่สุด แต่ยังไม่ถึงเสียงข้างมาก • สนาม ส.ก. มีแนวโน้มเป็น “สภาหลายขั้ว” โดยคาดการณ์ว่า ผู้สมัครจากพรรคประชาชนจะได้มากที่สุด 22 ที่นั่ง (±2) ตามด้วยกลุ่มคนทำงาน กทม. 10 ที่นั่ง (±2), พรรคเพื่อไทย 6 ที่นั่ง (±2), พรรคประชาธิปัตย์ 6 ที่นั่ง, กลุ่ม Better Bangkok 2 ที่นั่ง และ กลุ่มอิสระอื่น ๆ 4 ที่นั่ง
➡ แม้สนามผู้ว่าฯ จะมีแนวโน้มชัด แต่สนาม ส.ก. ยังสะท้อนการกระจายตัวของฐานเสียง ทำให้หลังเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่อาจไม่ได้เผชิญโจทย์เรื่อง “ความชอบธรรมจากคะแนนเลือกตั้ง” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเผชิญโจทย์ “ความสามารถในการทำงานกับสภา กทม.” ด้วย KPI Poll#26 | 2

3. ฐานเดิมแน่น ฐานข้ามพรรคกว้าง : “ชัชชาติ” นำทุกวัย-ทุกเขตชั้น — “ดร.โจ” มีแรงส่งในฐานส้ม และคนรุ่นใหม่ • ฐานเสียงผู้ว่า กทม. ปี 2565: ผู้ที่เคยเลือกชัชชาติ ในปี 2565 ยังเลือก “ชัชชาติ” อีกถึง 80.2% ขณะที่ฐานผู้เลือกวิโรจน์เดิมเทไปทาง “ดร.โจ ชัยวัฒน์” สูงสุด 55.5% • ฐานเสียง ส.ก. ปี 2565: ทุกฐาน ส.ก. ปี 65 จะเลือก “ชัชชาติ” สูงสุด ยกเว้น ฐาน ส.ก. ที่เคยเลือกพรรคก้าวไกลเดิม จะเลือก “ดร.โจ ชัยวัฒน์” สูงสุด 44.1% • ฐานเสียง ส.ส. เขต ครั้งล่าสุด 8 ก.พ. 69: ทุกฐานพรรคการเมือง จะเลือก “ชัชชาติ” สูงสุด ยกเว้น ฐานที่เคยเลือกพรรคประชาชน จะเลือก “ดร.โจ ชัยวัฒน์” สูงสุด 40.3% • เขตชั้นของ กทม.: “ชัชชาติ” นำทุกเขตชั้น โดยได้ 54.4% ในเขตชั้นใน, 51.9% ในเขตชั้นกลาง และ 54.8% ในเขตชั้นนอก ขณะที่ “ดร.โจ ชัยวัฒน์” มีคะแนนเด่นในเขตชั้นกลาง 19.2% • ช่วงวัย : “ชัชชาติ” มีคะแนนนำใกล้เคียงกันทุกช่วงวัย อยู่ที่ประมาณ 52.6–53.9% ขณะที่ “ดร.โจ ชัยวัฒน์” มีคะแนนสูงสุดในกลุ่มอายุ 18–27 ปี ที่ 18.3%
➡ สะท้อน ว่า ในโค้งสุดท้าย ของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ” มีความได้เปรียบจากการเป็นผู้สมัครที่มี “ฐานเสียงกว้าง” ทั้งในแง่ฐานเสียงเดิม ฐานข้ามพรรค ช่วงอายุ และพื้นที่เขตชั้นของ กทม. กล่าวคือ คะแนนไม่ได้กระจุกอยู ่เฉพาะกลุ ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระจายตัวอยู่ ่ในหลายฐานพร้อมกัน แต่สนามนี้ ยังมีจุดแข่งขันสำคัญ โดยเฉพาะฐาน “ผู ้เลือกวิโรจน์/ก้าวไกลเดิม ฐานผู้เลือกพรรคประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ส. ล่าสุด และกลุ ่มคนรุ ่นใหม่” ซึ ่งเป็นพื ้นที ่ที่ “ดร.โจ” มีแรงส่งชัดเจนกว่าในฐานอื ่น ๆ สนามนี ้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อสร้างการรับรู้แล้ว แต่เป็นการแข่งขันเพื่อ “รักษาคะแนนเดิม–เร่งคนสนับสนุนให้ออกมาใช้สิทธิ” มากกว่าเดิม ขณะที ่ผู้ท้าชิงต้องเร่งเปลื่ยนคะแนนนิยมเฉพาะกลุ่มให้กลายเป็นคะแนนจริง ในวันเลือกตั้ง พร้อมทั้ง ขยายคะแนนออกนอกฐานเดิม ให้ได้ในช่วงเวลาที่เหลือ
บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 26
ผลโพลครั้งนี้ สะท้อน ว่า สนามผู้ว่าฯ กทม. ใกล้เข้าสู่ภาวะคะแนนตกผลึก โดยผู้สมัครนำมีคะแนนเกินครึ่ง และกลุ่มยังไม่ตัดสินใจลดลงอย่างมาก ขณะเดียวกัน สนาม ส.ก. กลับเป็นโจทย์ที ่น่าจับตาไม่น้อยกว่าสนามผู้ว่าฯ เพราะมีแนวโน้มเป็นสภาหลายขั้ว นั่นหมายความว่า หลังเลือกตั้ง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงใครชนะผู้ว่าฯ แต่คือ “ผู้ว่าฯ คนใหม่จะบริหารเมืองร่วมกับสภา กทม. ที่หลากหลายได้อย่างไร” และ “จะเปลี ่ยนคะแนนนิยมในวันเลือกตั้งให้เป็นความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายจริงได้มากน้อยเพียงใด”
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : จันทร์ 29 มิถุนายน 2569 10:23:59 เข้าชม : 1598600 ครั้ง





















