Home ข่าวเด่น ทันใจ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชน ต่อประเด็นที่ควรเร่งสร้างความชัดเจน และความเชื่อมั่น ในระบบสอบราชการ”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชน ต่อประเด็นที่ควรเร่งสร้างความชัดเจน และความเชื่อมั่น ในระบบสอบราชการ”

4 second read
0
0
74

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อประเด็นที่ควรเร่งสร้างความชัดเจน และความเชื่อมั่นในระบบสอบราชการ” โดย มุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐาน วิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 32 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 25-28 ก.ค. 2569 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ประเด็นข่าว/สถานการณ์เรื่องใด ที่ควรได้รับการติดตามและเร่งสร้างความชัดเจนต่อสาธารณะมาก ที่สุด? (สำรวจโดย) • 29.4% เห็นว่า “ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และปากท้องของประชาชน” ควรได้รับการติดตามและ เร่งสร้างความชัดเจนต่อสาธารณะมากที่สุด • รองลงมา 28.1% การทุจริตการสอบเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, 23.0% การ วินิจฉัย คดีฮั้ว สว. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง, 10.8% คดีการถือครองที่ดินเขากระโดงของนักการเมือง, 5.1% การคัดกรองและทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และ 3.6% การวินิจฉัยประเด็นบาร์โค้ดบน บัตรเลือกตั้งกับความลับในการลงคะแนนของศาลรัฐธรรมนูญ

➡ สะท้อน ว่า สังคมไทย กำลังเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่ง คือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ กระทบต่อชีวิตโดยตรง อีกด้านหนึ่ง คือ ความกังวลต่อความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของ กลไกรัฐ ประชาชน จึงไม่ได้ต้องการเพียงมาตรการบรรเทาความเดือดร้อน แต่ยังต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน ว่า หน่วยงานรัฐกำลังตรวจสอบข้อสงสัยต่าง ๆ อย่างไร ในประเด็นที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

2. ความผิดปกติ ในการสอบไม่ใช่เรื่องเล็ก เกือบ 2 ใน 3 ชี้ ส่งผลมากต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการ • 65.8% ระบุ ข่าวเกี่ยวกับความผิดปกติ ในการสอบเข้ารับราชการ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบ ราชการโดยรวมในระดับมาก สูงสุด รองลงมา 23.8% ระบุ ว่า ส่งผลพอสมควร, 5.2% เห็นว่า ส่งผลเพียง เล็กน้อย, 2.4% เห็นว่าไม่ส่งผลเลย และ 2.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

➡ สะท้อนปรากฏการณ์ที่ความไม่ไว้วางใจ อาจขยายตัวจากเหตุการณ์เฉพาะไปสู่ความเชื่อมั่น ต่อระบบ โดยรวม เพราะการสอบเข้ารับราชการถูกมอง ว่า เป็นประตูด่านแรกของระบบคุณธรรม หากกระบวนการนี้ถูก ตั้งคำถาม ประชาชน ย่อมไม่ได้สงสัยเฉพาะความถูกต้องของผลสอบ แต่ยังอาจตั้งคำถามต่อไป ว่า ระบบ ราชการคัดเลือกคนด้วยความสามารถ และความเป็นธรรมจริงหรือไม่

3. กว่าครึ่ง – ทุกภาค หนุนจัดสอบใหม่ทั้งหมด/บางส่วน หากพบความผิดปกติกระทบผู้เข้าสอบ จำนวนมาก • 32.9% เห็นว่า ควรยกเลิกผลการสอบทั้งหมด และจัดสอบใหม่ เพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นภายใต้เงื่อนไข เดียวกัน รองลงมา 19.0% ระบุ ควรยกเลิกผลสอบ และจัดสอบใหม่เฉพาะพื้นที่ หรือตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ เมื่อรวมสองแนวทางนี้ พบว่า 51.9% เห็นควรให้มีการจัดสอบใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน • รายภูมิภาค: “ยกเลิกผลการสอบทั้งหมดและจัดสอบใหม่” เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งใน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (57.6%) ภาคกลาง (36.4%) ภาคใต้ (35.4%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (31.4%) และภาค ตะวันออก 30.3% ขณะที่ภาคเหนือ เห็นว่า ควรยกเลิกผลการสอบ และจัดสอบใหม่เฉพาะพื้นที่หรือตำแหน่งที่ ได้รับผลกระทบ สูงสุด (34.9%) ส่วนแนวทางรองลงมาแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

➡ ประชาชนให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความเป็นธรรม และความเชื่อมั่นต่อระบบสอบ โดยมองว่าการจัด สอบใหม่เป็นทางออกหลักเมื่อความผิดปกติกระทบผู้เข้าสอบในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่าง ภูมิภาคชี้ว่า การตัดสินใจควรพิจารณาขอบเขตของปัญหาจากหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อให้มาตรการมีความ เหมาะสม และไม่กระทบสิทธิของผู้เข้าสอบที่สุจริตเกินความจำเป็น

4. ลงโทษจริงจังทุกฝ่ายขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง ประชาชนต้องการทั้งความรับผิดและระบบสอบที่ตรวจสอบได้ • 36.0% เห็นว่า ควรเร่งลงโทษอย่างจริงจังทั้งผู้เรียกรับเงิน นายหน้า และผู้จ่ายเงิน รองลงมา 19.2% ต้องการให้หน่วยงานกลางที่ไม่มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดสอบ 13.4% ต้องการใช้ระบบดิจิทัลบันทึกคะแนนทุก ขั้นตอนและตรวจสอบย้อนหลังได้ และ 9.9% ต้องการให้เปิดเผยคะแนนและข้อมูลการสอบแก่ผู้เข้าสอบ ส่วน 7.9% ต้องการให้หน่วยงานอิสระสุ่มตรวจข้อสอบและผลคะแนน 5.0% ต้องการให้กรรมการและผู้จัดสอบ เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน 3.7% ต้องการเพิ่มช่องทางร้องเรียนและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และ 4.9% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

➡ ประชาชนอาจไม่ได้มองปัญหาการทุจริตในการสอบว่าเกิดจากช่องโหว่ทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ยัง มองว่า เกิดจากการขาดความรับผิดของผู้เกี่ยวข้อง และการบังคับใช้กฎที่ไม่เข้มแข็งเพียงพอ การให้ความสำคัญ กับการลงโทษทั้งผู้เรียกรับเงิน นายหน้า และผู้จ่ายเงิน ยังแสดงให้เห็นว่า ประชาชนมองการทุจริตเป็น กระบวนการที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ไม่ใช่การกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 32 ผลสำรวจสะท้อน ว่า ท่ามกลางแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ประชาชนยังให้ความสำคัญ อย่างมากกับความโปร่งใส และความเป็นธรรมของระบบราชการ โดยมองว่าความผิดปกติในการสอบไม่ได้ กระทบเฉพาะผู้เข้าสอบ แต่สามารถสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อระบบราชการโดยรวมได้ ดังนั้น การแก้ปัญหาจึง ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการเร่งตรวจสอบ และชี้แจงข้อเท็จจริง การกำหนดแนวทางจัดการที่คุ้มครอง ผู้เข้าสอบสุจริต การลงโทษผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และการปรับระบบสอบให้เป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบ ย้อนหลังได้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน อย่างยั่งยืน

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 7 สิงหาคม 2569 09:00:00  เข้าชม 1897334 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ทันใจ
Comments are closed.

Check Also

โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต รับมอบเงิน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ สำหรับเด็ก

6 สิงหาคม 2569 บริษัท ประเสริฐสุข การโยธา บริจาคเงิน จำ … …