ปักกิ่ง, 21 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน เผย ว่า เศรษฐกิจจีน โดยรวมในเดือนกรกฎาคม ยังคงมีเสถียรภาพ แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนจากภายนอก และภัยสภาพอากาศสุดขั้ว โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ เริ่มมีพลังมากขึ้น ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจสะท้อนสัญญาณการปรับโครงสร้าง อย่างต่อเนื่อง
ฟู่หลิงฮุย โฆษก สำนักงาน สถิติแห่งชาติจีน ระบุ ว่า เศรษฐกิจของจีนยังคงมีความยืดหยุ่นและพลวัต โดยได้นโยบายมหภาคเชิงรุกเข้ามาช่วยบรรเทาแรงกดดันจากทั้งภายในและนอกประเทศ ทั้งนี้ เขาชี้ว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลก และภาวะสภาพอากาศสุดขั้ว ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่เศรษฐกิจจีนต้องเผชิญในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคม ขยายตัวร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบปีต่อปี ชะลอตัวลง 0.8 จุดจากเดือนมิถุนายน โดยฟู่ระบุว่าการชะลอตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากปัจจัยระยะสั้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ พร้อมชี้ว่า ตัวชี้วัดการผลิตหลักส่วนใหญ่ยังคงมีเสถียรภาพโดยรวมตลอดช่วงเจ็ดเดือนแรก
ในช่วงดังกล่าว การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปี โดยฟู่กล่าวเสริมว่า แนวโน้มโดยรวมของการเติบโตในภาคการผลิตยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง
การผลิตอุปกรณ์ยังคงเป็นเสาหลักของการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยมูลค่าเพิ่มของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อุปกรณ์เฉพาะทาง และเครื่องจักรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 19.1, 12.6 และ 8.8 เมื่อเทียบปีต่อปี ตามลำดับ
ฟู่กล่าวว่า การเติบโตของทั้งสามภาคส่วนเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน สะท้อนถึงการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแข็งแกร่ง และการยกระดับภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
ฟู่กล่าวว่า นวัตกรรมกำลังขับเคลื่อนเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ๆ และปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม โดยการประเมินเบื้องต้นชี้ว่า ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ คิดเป็นร้อยละ 50.9 ของการเติบโตในผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของบริษัทขนาดใหญ่ในช่วงเจ็ดเดือนแรก ซึ่งเพิ่มขึ้น 3 จุดเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ โดยในเดือนกรกฎาคม มูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.7 และ 15.1 เมื่อเทียบปีต่อปี ตามลำดับ ขณะที่ผลผลิตของอุปกรณ์พิมพ์สามมิติ เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.7
การใช้จ่ายของผู้บริโภคจีนยังคงขยายตัว โดยยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคช่วงเจ็ดเดือนแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสินค้ากลุ่มยกระดับคุณภาพ เช่น อุปกรณ์การสื่อสาร เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน และเครื่องสำอาง ต่างครองสัดส่วนเพิ่มขึ้นในยอดค้าปลีกรวม
การบริโภคภาคบริการยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยยอดค้าปลีกภาคบริการในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบปีต่อปี สูงกว่าอัตราการเติบโตของยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคถึง 3.9 จุด สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันจากการซื้อสินค้าไปสู่การใช้บริการและการสัมผัสประสบการณ์มากขึ้น
การบริโภคของภาคบริการยังส่งเสริมการเติบโตของภาคส่วนอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยวส่งเสริมทั้งบริการด้านการเดินทาง และช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในด้านอาหาร การพักแรม และการขนส่ง และการบริโภคในภาคบริการจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการใช้จ่ายภาคผู้บริโภคโดยรวมต่อไป
ในด้านตลาดแรงงาน สำนักงานฯ ระบุว่า อัตราการว่างงานในเขตเมืองจากการสำรวจของจีนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 5.2 ในช่วงเจ็ดเดือนแรก ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงเวลาเดียวกัน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเจ็ดเดือนแรกปรับตัวลดลงร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยอัตราการลดลงปรับตัวกว้างขึ้น ท่ามกลางภาวะสภาพอากาศสุดขั้ว ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
ฟู่ระบุว่า การลงทุนไม่ควรมองเพียงแค่อัตราการเติบโตเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับโครงสร้าง คุณภาพ และประสิทธิภาพของการลงทุนมากขึ้น โดยมองว่าการลงทุนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นอกจากนี้ เขายังชี้ว่า สาขาการเติบโตใหม่ๆ กำลังดึงดูดเงินลงทุนได้มากขึ้น ท่ามกลางการเร่งปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจจากแบบเดิมไปสู่แบบใหม่ โดยในช่วงเจ็ดเดือนแรก การลงทุนในบริการข้อมูลขยายตัวร้อยละ 19.2 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่เร่งตัวขึ้น 3.7 จุดจากครึ่งปีแรก ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตวงจรรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5
ฟู่กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างลึกซึ้ง โดยมีนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในการขับเคลื่อนการเติบโต พร้อมเตือนว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ยังต้องใช้เวลา และบางสาขายังคงเผชิญความท้าทายในระยะสั้น
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนขยายตัวร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบปีต่อปีในช่วงครึ่งแรกของปี โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีไว้ที่ราวร้อยละ 5
เวินปิน หัวหน้า นักเศรษฐศาสตร์ และประธานสถาบันวิจัย ธนาคารไชน่า หมินเซิง (China Minsheng Bank) กล่าวในบทความว่า นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม นโยบายมหภาคของจีนเพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้น โดยมีการดำเนินนโยบายการเงินแบบแปรผันตรงกันข้ามกับวัฏจักรเศรษฐกิจ (counter-cyclical monetary policy) ที่แข็งแกร่งขึ้น การใช้จ่ายภาคการคลังที่รวดเร็วขึ้น และการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากรัฐวิสาหกิจ
เวินกล่าวเสริมว่า เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มข้นจากมาตรการทางนโยบาย ประกอบกับผลกระทบจากสภาวะสภาพอากาศสุดขั้วเริ่มคลี่คลายลง คาดว่าดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจรายการสำคัญจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/591742_20260820 , https://en.imsilkroad.com/p/351803.html)
ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ท่าด่านระหว่างประเทศสือเจียจวง ในมณฑลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของจีน วันที่ 4 ส.ค. 2026)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 21 สิงหาคม 2569 16:50:59 เข้าชม 1687992 ครั้ง










