ปักกิ่ง, 5 พ.ย. (ซินหัว) — ไม่นานมานี้ คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผย ว่า จีน จะยกระดับการสนับสนุนอุตสาหกรรมเสาหลักเกิดใหม่ (emerging pillar industries) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง
เริ่นจงเป่า เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ คาดการณ์ ว่า มูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมเหล่านี้ จะสูงเกิน 10 ล้านล้านหยวน (ราว 50 ล้านล้านบาท) เมื่อสิ้นสุดระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัวจากเกือบ 6 ล้านล้านหยวน (ราว 30 ล้านล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา
ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2026 ปริมาณการผลิตวงจรรวมของจีน สูงถึง 4.428 แสนล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.3 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่มูลค่าข้อตกลงการให้สิทธิใช้สิทธิในยานวัตกรรม มีมูลค่ารวมราว 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งใกล้เคียงกับยอดรวมตลอดทั้งปีที่ผ่านมา
เริ่น กล่าวว่า จีน จะเพิ่มการสนับสนุนทางนโยบายการคลังและการเงิน รวมทั้ง ดึงดูดทุนภาคสังคม ให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้ มากยิ่งขึ้น
จีน ให้คำมั่น ว่า จะเร่งยกระดับการสนับสนุนอุตสาหกรรมเสาหลัก เกิดใหม่ อาทิ วงจรรวม การบินและอวกาศ ชีวการแพทย์ เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ การกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ
ส่วนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จีน จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีควอนตัม การผลิตชีวภาพ พลังงานไฮโดรเจน พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน อินเทอร์เฟซสมองกับคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied Intelligence) และเทคโนโลยี 6G พร้อมทั้งสนับสนุนให้แต่ละภูมิภาค พัฒนาอุตสาหกรรมย่อยตามศักยภาพ และข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของตน
สำหรับด้านปัญญาประดิษฐ์ หวังรั่วเหมิง) เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ เปิดเผย ว่า จีน จะยกระดับและขยายขอบเขตข้อริเริ่ม “เอไอ พลัส” (AI Plus) ในช่วงระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 โดยโครงการสำคัญ จะมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง เป็นอันดับแรก เช่น การดำเนินงานในทำเหมืองแร่ การทำงานในที่สูง และการรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน
นอกจากนี้ จีน จะยังคงผลักดัน การจัดตั้งฐานการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ต้นแบบ ในระดับชาติ สำหรับภาคการผลิต ภาคพลังงาน การคมนาคมขนส่ง และการแพทย์อย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในสาขาดังกล่าว
ด้านเศรษฐกิจทางทะเล หม่าเหวยเฉิน เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ เปิดเผย ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางทะเล (gross ocean product) ของจีน ได้รับการคาดการณ์ว่า จะสูงเกิน 13 ล้านล้านหยวน (ราว 65 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 พร้อม ระบุ ว่า ช่วงระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนผ่านของจีน จากการเป็นประเทศทางทะเลขนาดใหญ่ไปสู่การเป็นชาติที่แข็งแกร่งในด้านทะเล จีนจะเร่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคการผลิตอุปกรณ์ทางทะเล การขนส่งทางทะเล และการประมงทะเล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ชีวการแพทย์ทางทะเล วัสดุใหม่ทางทะเล และสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ทางทะเล
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจีน ระบุ ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางทะเลในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2026 มีมูลค่าสูงถึง 8.5 ล้านล้านหยวน (ราว 42.6 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบปีต่อปี
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผย ว่า นวัตกรรมกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตรูปแบบใหม่มีสัดส่วนในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมากกว่า ร้อยละ 40 ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2026 โดยมูลค่าเพิ่มทางอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบปีต่อปี อาทิ ภาคการผลิตอุปกรณ์ขยายตัวร้อยละ 10.2 และภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงขยายตัวร้อยละ 14.3
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีน ในไตรมาสที่สาม ขยายตัวร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตในไตรมาสที่สองซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 4.3
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/607264_20261105 , https://en.imsilkroad.com/p/352835.html)
ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพ ซินหัว : ชุดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีส่วนต่อประสานสมอง-คอมพิวเตอร์ที่จีนพัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ จัดแสดงที่ไชน่า เซ็นเซอร์ วัลเลย์ในเมืองเปิ้งปู้ มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน วันที่ 8 ส.ค. 2026)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 6 พฤศจิกายน 2569 14:23:59 เข้าชม 1597882 ครั้ง










