Home ข่าวเด่น ดิจิทัล ‘มณฑลอันฮุย’ จาก ฐานการผลิตแบบเดิม สู่ ผู้นำเทคโนโลยี

‘มณฑลอันฮุย’ จาก ฐานการผลิตแบบเดิม สู่ ผู้นำเทคโนโลยี

16 second read
0
0
70

เหอเฝย, 13 ก.พ. (ซินหัว) — เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 โชว์รูมของ นีโอ (NIO) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนในเมืองเหอเฝยมณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน มีการแสดงหน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ เพื่อติดตามสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่เกือบ 4,000 แห่ง ทั่วจีน

จวบจนถึงวันที่ 6 ก พ. ที่ผ่านมา ยอดรวมการเปลี่ยนแบตเตอรี่สะสมทะลุ หลัก 100 ล้าน ครั้ง โดยเน้นย้ำถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีน

เมืองเหอเฝย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่รู้จักในด้านอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิมได้ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางสำคัญระดับโลก ด้านการคมนาคมขนส่งอัจฉริยะและพลังงานไฟฟ้า โดยในปี 2025 มณฑลอันฮุยมีปริมาณการผลิตยานยนต์สูงสุดในจีน และเกือบครึ่งหนึ่งเป็นยานยนต์พลังงานใหม่ ความสำเร็จนี้ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปี 2020 ซึ่งในขณะนั้นมณฑลอันฮุยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของจีนในด้านการผลิตยานยนต์

ภายในโรงงานของนีโอในเมืองเหอเฝย สายการผลิตได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับคำสั่งซื้อที่มีการปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะบุคคลในระดับสูง โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบที่แตกต่างกันได้มากกว่า 3 ล้านรูปแบบผ่านทางแอปพลิเคชัน และสามารถรับมอบรถได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน

ขณะเดียวกัน โรงงานที่เป็นความร่วมมือระหว่างเจเอซี (JAC) และหัวเหวย (Huawei) ในเมืองเหอเฝย ก็มีการประมวลผลข้อมูลมากถึง 300,000 จุดต่อวินาที เพื่อสร้างไฟล์ข้อมูลดิจิทัลสำหรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแบบเรียลไทม์

ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีนอย่าง นีโอ (NIO) หลี่ ออโต้ (Li Auto) และเอ็กซ์เผิง (XPeng) ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับโมเดลธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยการให้ความสำคัญกับระบบพลังงานไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะมากกว่าการใช้ยานพาหนะเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม

การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มขึ้นเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้ว จากการที่จีนมุ่งให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติกับการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในปี 2025 ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของยอดขายยานยนต์ใหม่ทั้งหมดในจีนเป็นครั้งแรก เติบโตอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2014 ที่ยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งการตลาดต่ำกว่าร้อยละ 1

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความสำเร็จของเมืองเหอเฝยคือต้นแบบของการผสมผสานระหว่างการแนะนำจากภาครัฐและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของเอกชน ในการสร้างระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่ครบวงจร

แรงส่งนี้ยังแผ่ขยายไปยังสาขาอื่นๆ ในเมืองเหอเฝยด้วย อาทิ การวิจัยนิวเคลียร์ฟิวชันที่สถานีวิจัย ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์” (artificial sun) รวมถึงความก้าวหน้าด้านการสื่อสารและคอมพิวเตอร์ควอนตัม

เรื่องราวของมณฑลอันฮุย สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ ในการยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการปรับโฉมตัวตนใหม่ ด้วยการบูรณาการรากฐานด้านการผลิตแบบดั้งเดิมเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง อันฮุนจึงเปลี่ยนผ่านจากฐานอุตสาหกรรมแบบเดิมสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต และการพัฒนาที่ยั่งยืน

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/558755_20260213 , https://en.imsilkroad.com/p/349521.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : ยานยนต์คันที่ 1 ล้าน ของ นีโอ (NIO) ได้ออกจากสายการผลิตอย่างเป็นทางการ ณ ฐานการผลิตขั้นสูงแห่งที่สองในเมืองเหอเฝย มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน วันที่ 6 ม.ค. 2026)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 13 กุมภาพันธ์ 2569 19:13:59 เข้าชม : 1568992 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

บทวิเคราะห์ ทำไมจีน จึงต้องบ่มเพาะ และพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

บ่าย วันที่ 30 มกราคม กรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอม … …