ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก QS World University Rankings 2027 ทำให้ภาพของอุดมศึกษาจีนเด่นชัดขึ้น อีกครั้ง ปีนี้ มหาวิทยาลัยจีน ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะกลุ่มสถาบันชั้นนำเท่านั้น แต่ยังเห็นการขยับอันดับพร้อมกันในหลายพื้นที่ หลายสถาบัน และหลายระดับของระบบอุดมศึกษา
จีนแผ่นดินใหญ่ มี มหาวิทยาลัยติดอันดับ Top 100 ของโลก 6 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) อันดับ 13 ตามด้วยมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) อันดับ 14 มหาวิทยาลัยฟูตัน (Fudan University) อันดับ 26 มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University) อันดับ 36 มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) อันดับ 47 และมหาวิทยาลัยหนานจิง (Nanjing University) อันดับร่วม 90
ภาพนี้สะท้อนว่า จีน กำลังสร้างกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่แข็งแรงมากขึ้น จากเดิมที่เวทีโลกมักจับตาเพียงมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยชิงหัว วันนี้มหาวิทยาลัยจากเซี่ยงไฮ้ หางโจว และหนานจิง ต่างก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่อุดมศึกษา ระดับโลก
ในภาพรวม จีนแผ่นดินใหญ่ มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ QS รวม 85 แห่ง มากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยจีนที่เคยติดอันดับมาก่อนจำนวนมากมีอันดับดีขึ้น และยังมีมหาวิทยาลัยจีน อีก 13 แห่ง ที่ติดอันดับเป็นครั้งแรก
ความสำคัญของการจัดอันดับปีนี้ จึงอยู่ที่ “การขยับขึ้นทั้งระบบ” ไม่ใช่ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง มหาวิทยาลัยปักกิ่งขึ้นสู่อันดับ 13 ขณะที่มหาวิทยาลัยชิงหัวอยู่ในอันดับ 14 ทำให้ 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน เข้าใกล้กลุ่ม Top 10 ของโลก มากขึ้น ส่วนมหาวิทยาลัยฟูตัน และมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง ยืนยันบทบาทของเซี่ยงไฮ้ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเงิน วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมของจีน
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง และมหาวิทยาลัยหนาน จิงยังช่วยตอกย้ำ ว่า ความแข็งแกร่งของอุดมศึกษาจีนที่กระจายตัวออกไปมากขึ้น มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงตั้งอยู่ที่เมืองหางโจวมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยี ส่วนมหาวิทยาลัยหนานจิง ตั้งอยู่ที่เมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู เป็นสถาบันเก่าแก่ที่มีฐานวิชาการเข้มแข็งมายาวนาน การขึ้นมาติด Top 100 ของทั้ง 2 สถาบัน จึงสะท้อนความเป็นเลิศของระบบมหาวิทยาลัยจีนที่ไม่ได้อยู่เฉพาะเมืองใหญ่
เบื้องหลังการขยับขึ้นของมหาวิทยาลัยจีน คือ การลงทุนระยะยาวในงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และนวัตกรรม จีน วางมหาวิทยาลัยไว้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ประเทศ ทั้งในฐานะแหล่งผลิตบุคลากรคุณภาพสูง แหล่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ และกลไกเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด วิศวกรรมชีวภาพ และเทคโนโลยีขั้นสูง
การจัดอันดับของ QS ประเมินมหาวิทยาลัยจากหลายมิติ ทั้งชื่อเสียงทางวิชาการ ผลลัพธ์ของงานวิจัย เครือข่ายวิจัยระหว่างประเทศ ความเป็นนานาชาติ ผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน และความยั่งยืน ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยจีนจำนวนมากมีอันดับดีขึ้น จึงสะท้อนทั้งคุณภาพการวิจัย ความสามารถในการผลิตบัณฑิต และระดับการยอมรับจากนานาชาติ
สำหรับเอเชีย ผลการจัดอันดับครั้งนี้ มีความหมายมากกว่าการแข่งขันด้านการศึกษา เพราะมหาวิทยาลัยกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอำนาจทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ต่างเร่งยกระดับสถาบันอุดมศึกษาของตนเอง เพื่อดึงดูดนักศึกษา นักวิจัย เงินทุน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต
QS World University Rankings 2027 จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์อุดมศึกษาโลก อย่างชัดเจน ศูนย์กลางความรู้ไม่ได้กระจุกอยู่ในโลกตะวันตกเพียงด้านเดียวอีกต่อไป มหาวิทยาลัยเอเชีย โดยเฉพาะ จีน กำลังมีบทบาทมากขึ้นทั้งในฐานะผู้ผลิตองค์ความรู้ ผู้พัฒนานวัตกรรม และผู้กำหนดทิศทางการแข่งขันของโลก ในระยะยาว
สำหรับ จีน นี่เป็นสัญญาณว่าการลงทุนในมหาวิทยาลัยตลอดหลายทศวรรษ กำลังให้ผลอย่างเป็นรูปธรรม และกำลังเปลี่ยนอุดมศึกษา ให้เป็นหนึ่งในพลังสำคัญของประเทศ ในศตวรรษที่ 21
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : Peking University
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : จันทร์ 29 มิถุนายน 2569 14:53:59 เข้าชม : 1679811 ครั้ง





















