จีน ส่งคณะสำรวจอาร์กติก ครั้งที่ 16 ออกเดินทางจากท่าเรือต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นับเป็นภารกิจสำรวจอาร์กติกครั้งแรกของจีน ในปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ปีค.ศ. 2026–2030
ภารกิจครั้งนี้ จัด โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจีน ใช้กองเรือสำรวจ 4 ลำ ได้แก่ เสวี่ยหลง เสวี่ยหลง 2 จี้ตี้ และทั่นสั่ว 3 โดยมีกำหนดเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2026 มีคณะสำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทาง รวม 361 คน
การสำรวจครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่อาร์กติก กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว จากภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะการละลายและหดตัวของน้ำแข็งทะเล ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อระบบนิเวศในภูมิภาคขั้วโลกเหนือเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับสภาพภูมิอากาศ มหาสมุทร ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของโลกโดยรวมด้วย
อาร์กติก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากที่สุด แห่งหนึ่งของโลก หลายปี ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ พบว่า อุณหภูมิในเขตอาร์กติกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกหลายเท่า ทำให้การติดตามข้อมูลน้ำแข็งทะเล กระแสน้ำ อุณหภูมิ ความเค็ม ระบบนิเวศ และชั้นบรรยากาศ มีความสำคัญมากขึ้นต่อการประเมินผลกระทบของโลกร้อนในระยะยาว
หัวใจของภารกิจ จึงอยู่ที่การเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ อย่างรอบด้าน ในน่านน้ำสำคัญของมหาสมุทรอาร์กติก ทั้งด้านน้ำแข็งทะเล อุทกวิทยา ชีววิทยา ระบบนิเวศ และสภาพแวดล้อมทางบรรยากาศ เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินแนวโน้มของอาร์กติกได้แม่นยำขึ้น
นอกจากประเด็นด้านภูมิอากาศ ภารกิจครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยด้านธรณีวิทยาทะเลลึก โดยเฉพาะการศึกษากลไกการก่อตัวของเปลือกโลกใต้ทะเลบริเวณสันเขากักเคิล (Gakkel Ridge) และวิวัฒนาการของเปลือกโลกมหาสมุทร สันเขากักเคิลเป็นสันเขากลางมหาสมุทรในมหาสมุทรอาร์กติกที่มีอัตราการแผ่ขยายช้ามาก จึงเป็นพื้นที่สำคัญต่อการศึกษาว่าเปลือกโลกมหาสมุทรใหม่ก่อตัวขึ้นได้อย่างไรในสภาพแวดล้อมสุดขั้วใต้ทะเลลึก
ภารกิจนี้ยังมีความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จากรัสเซีย เยอรมนี และประเทศอื่นๆ สะท้อนว่าการสำรวจอาร์กติกไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งในด้านข้อมูล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีความสำคัญต่ออนาคตของโลก
การออกเดินทางของคณะสำรวจอาร์กติกครั้งที่ 16 ยังสะท้อนการยกระดับศักยภาพด้านการสำรวจขั้วโลกของจีนอย่างต่อเนื่อง จากช่วงแรกที่จีนเริ่มภารกิจสำรวจอาร์กติกด้วยเรือเสวี่ยหลงเพียงลำเดียวในช่วงปลายทศวรรษ 1990 มาถึงปัจจุบันที่สามารถจัดภารกิจแบบกองเรือหลายลำ ครอบคลุมทั้งการสำรวจผิวน้ำ ทะเลน้ำแข็ง บรรยากาศ ระบบนิเวศ และทะเลลึก
บทบาทของเรือเสวี่ยหลงและเสวี่ยหลง 2 จึงเป็นส่วนสำคัญของภารกิจนี้ โดยเฉพาะเสวี่ยหลง 2 ซึ่งเป็นเรือสำรวจขั้วโลกที่จีนสร้างขึ้นเองลำแรก และได้รับการออกแบบให้รองรับการทำงานวิจัยในสภาพแวดล้อมน้ำแข็งที่ซับซ้อน การมีเรือสำรวจหลายประเภทช่วยให้จีนสามารถขยายขอบเขตการเก็บข้อมูลจากพื้นผิวมหาสมุทรไปจนถึงใต้ทะเลลึกได้มากขึ้น
ภารกิจนี้จึงเป็นอีกก้าวของจีน ในการสร้างฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับขั้วโลกเหนือ ท่ามกลางโลกที่ต้องการความเข้าใจเชิงลึกมากขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การคุ้มครองระบบนิเวศอาร์กติก และการวางรากฐาน สำหรับการพัฒนาภูมิภาคอาร์กติก อย่างยั่งยืน
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : Xinhua
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : จันทร์ 6 กรกฎาคม 2569 17:28:59 เข้าชม : 1895336 ครั้ง





















