จีน กำลังผลักดันโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า “One-Person Company” หรือ “บริษัท ตัวคนเดียว” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน เช่น ผลิตคอนเทนต์ ออกแบบสินค้า เขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล หรือ บริหารการขายออนไลน์
แนวคิดนี้ กำลังเปลี่ยนภาพเดิมของการเริ่มต้นธุรกิจ จาก ที่เคยต้องมีทีมงาน เงินทุนจำนวนมาก หรือโครงสร้างองค์กรขนาดใหญ่ ไปสู่โมเดลที่คนเพียงคนเดียวสามารถสร้างสินค้า บริการ และรายได้ได้ด้วยต้นทุนต่ำกว่าเดิม โดยมี AI ทำหน้าที่เสมือนทีมสนับสนุนหลังบ้าน
รายงานแนวโน้มการพัฒนา One-Person Company ของจีน ระบุ ว่า จนถึงเดือนมิถุนายน 2025 จีน มีบริษัทจำกัดที่มีเจ้าของคนเดียว มากกว่า 16 ล้าน แห่ง คิดเป็น 27.4% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมดในจีน เฉพาะครึ่งแรกของปี 2025 มีการจดทะเบียนบริษัทประเภทนี้ ใหม่ 2.86 ล้าน แห่ง เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน ตัวเลขนี้สะท้อน ว่า “บริษัทตัวคนเดียว” กำลังกลายเป็นโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจผู้ประกอบการจีน
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความก้าวหน้าของ AI ที่ทำให้คน 1 คน สามารถทำงานได้หลายหน้าที่ ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องจ้างนักเขียน นักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ หรือทีมตัดต่อวิดีโอแบบเดิม เพราะเครื่องมือ AI สามารถช่วยผลิตงานได้รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้ทดลองธุรกิจใหม่ด้วยความเสี่ยงต่ำ
สำนักข่าว China Daily ยกตัวอย่าง ครีเอเตอร์ชาวจีน ที่สร้างธุรกิจจากคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu โดยมี ผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คน และต่อยอดสู่บริการให้คำปรึกษาและความร่วมมือกับแบรนด์ เจ้าของธุรกิจรายนี้ อธิบาย ว่า จุดแข็งของโมเดลนี้ คือ ไม่มีหนี้ ต้นทุนต่ำ และปรับตัวได้เร็ว เพราะ AI เข้ามาช่วยทำงานที่เดิมต้องใช้หลายตำแหน่ง
จุดเด่นของโมเดล “บริษัทตัวคนเดียว” ไม่ได้อยู่ที่ AI เพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การเชื่อมต่อ กับซัพพลายเชนการผลิตขนาดใหญ่ของประเทศ ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถใช้เครือข่ายโรงงานและตลาดค้าส่งในเมืองอย่างอี้อู ตงก่วน หรือซูโจว เพื่อออกแบบ ผลิต และจำหน่ายสินค้าได้รวดเร็วขึ้น
ในระดับนโยบาย หลายเมืองของจีน เริ่มวางโครงสร้างสนับสนุนโมเดล “บริษัทตัวคนเดียว” อย่างจริงจัง อย่างเมืองเซินเจิ้น มีแผนสร้างระบบนิเวศสำหรับผู้ประกอบการบริษัทตัวคนเดียวที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขณะที่ชิงเต่าเปิดแพลตฟอร์ม “One Person AI Entrepreneur” เพื่อรวมองค์ประกอบสำคัญ เช่น พลังประมวลผล ข้อมูล และเทคโนโลยี ไว้สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
กระแสนี้ ยังสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจจีน ที่ต้องการสร้าง “เศรษฐกิจอัจฉริยะ” ผ่านการนำ AI ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ ไม่ใช่จำกัดอยู่ในห้องทดลองหรือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โมเดลบริษัทตัวคนเดียว จึงกลายเป็นพื้นที่ทดลองสำคัญของการประยุกต์ใช้ AI ในระดับประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย
“บริษัทตัวคนเดียว” ทำให้เห็น ว่า โครงสร้างการทำงาน และการประกอบธุรกิจในจีน กำลังเปลี่ยนไป เมื่อ AI ทำให้คนธรรมดามีเครื่องมือมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐพยายามสร้างระบบรองรับ ตั้งแต่เงินทุน เทคโนโลยี พื้นที่ทำงาน และซัพพลายเชน
หากจีนสามารถเชื่อมพลังของ AI เข้ากับฐานการผลิต และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “บริษัทตัวคนเดียว” อาจกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างงาน เพิ่มนวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน ต่อไป
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อาทิตย์ 31 พฤษภาคม 2569 18:34:59 เข้าชม : 1687922 ครั้ง





















