เจิ้งโจว, 22 พ.ค. (ซินหัว) — นักท่องเที่ยวชาวจีน รุ่นใหม่ กำลังปรับเปลี่ยนนิยามของการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากการท่องเที่ยวตามแลนด์มาร์กต่างๆ มาเป็นการแสวงหาคุณค่าทางอารมณ์ ความหมายทางวัฒนธรรม และประสบการณ์เฉพาะบุคคล แนวโน้มนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ “เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์” ของจีน ซึ่งผู้บริโภคจะให้ความสำคัญ กับบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และมีความหมายทางอารมณ์ มากกว่าการเป็นเจ้าของสิ่งของเพียงอย่างเดียว
รายงานของฟลิกกี (Fliggy) แพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยวของอาลีบาบา เผยให้เห็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ของยอดจองแพ็กเกจความบันเทิง ในท้องถิ่นต่างประเทศ นอกจากนี้ ทริปดอทคอม (Trip.com) ยังรายงานว่าทริปการท่องเที่ยวที่เน้นตามความสนใจส่วนบุคคลมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 78 เมื่อเทียบปีต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการเดินทาง
บริษัทท่องเที่ยว ต่างปรับตัว เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ อย่างจริงจัง โดยการท่องเที่ยวแบบกำหนดทริปเองและแพ็กเกจทัวร์กลุ่มย่อยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งบริษัททัวร์ต่าง หันมาจัดทริปการเดินทางตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า เฉพาะด้าน เช่น กิจกรรมตกปลาทะเลที่เกาะเชจู
แนวโน้มการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์เป็นหลักนี้ ถูกขับเคลื่อนโดยนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ อย่างเห็นได้ชัด โดยชวี่หน่าร์ (Qunar) เป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ เผยว่าในช่วงวันหยุดยาววันแรงงาน ในเดือนพฤษภาคม ยอดจองตั๋วเครื่องบินขาออกของกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่มีอายุ ระหว่าง 19-22 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเทียบปีต่อปี
นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เหล่านี้ ยังมองหาจุดหมายปลายทางที่ไกลออกไป โดย ชวี่หน่าร์ ระบุ ว่า ยอดจองเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางที่หลากหลายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ แอฟริกาใต้ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 180 เบลเยียมเพิ่มขึ้นร้อยละ 160 และเคนยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 111
เครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลมีส่วนสำคัญในการกำหนดจุดเริ่มต้นของการเดินทางเหล่านี้ โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่จะค้นหาและศึกษาแผนการเดินทางผ่านแพลตฟอร์มเสี่ยวหงซู (Xiaohongshu/Rednote) โต่วอิน (Douyin) และแอปพลิเคชันท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวถึงร้อยละ 70 ที่พึ่งพาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวางแผนการเดินทางของตนเอง
เบื้องหลังแนวโน้มนี้คือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อหัวของจีนขยับเข้าใกล้ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 458,000 บาท) ความต้องการของผู้บริโภคจึงเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าไปสู่การรับบริการ ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับความหมายทางวัฒนธรรม ความดึงดูดใจทางสุนทรียภาพ และคุณค่าทางอารมณ์กันมากขึ้น
ผู้กำหนดนโยบายของจีน ให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้เช่นกัน เห็นได้จากแผนการที่ประกาศโดยสำนักงานทั่วไปของคณะรัฐมนตรีจีนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เรียกร้องให้มีการพัฒนาพื้นที่การเติบโตใหม่ๆ โดยเฉพาะ “บริการที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และเน้นประสบการณ์”
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีน รุ่นใหม่ ยังมีความมั่นใจมากขึ้น ในการเป็นผู้สื่อสารทางวัฒนธรรมในต่างแดน โดยบางส่วนเลือกที่จะสวมใส่ชุดแต่งกายแบบดั้งเดิมของจีนเดินตามท้องถนน พิพิธภัณฑ์ และตลาดในต่างประเทศ เพื่อแบ่งปัน และเผยแพร่วัฒนธรรมของตน
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/574589_20260522 , https://en.imsilkroad.com/p/350662.html)
ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพ ซินหัว : หญิงจีน เข้าร่วม เวิร์กช็อปการทำอาหารท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ของไทย)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : พุธ 27 พฤษภาคม 2569 10:08:59 เข้าชม : 1569733 ครั้ง



















