สำหรับประเทศที่ได้รับความเสียหายจากการรุกรานทางทหารของญี่ปุ่น “หน่วย 731” คือ ตัวแทนของการก่ออาชญากรรมสงคราม มากมาย นับไม่ถ้วน แต่ในวันที่ 31 กรกฎาคม(ค.ศ.2026) 81 ปีหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลญี่ปุ่น ก่อตั้ง สำนักงาน ข่าวกรองแห่งชาติ อย่างเป็นทางการ และจัดประชุมข่าวกรองแห่งชาติครั้งแรก โดยมี นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เป็นประธาน การประชุมครั้งนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ?
นี่เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น สร้างระบบข่าวกรอง แบบบูรณาการระดับชาติครั้งแรก หลังสิ้นสุดสงครามโลก ครั้งที่ 2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยกเครื่อง โครงสร้างข่าวกรองแบบกระจายอำนาจ และไร้ศูนย์กลาง ที่ดำเนินมา กว่า 80 ปี โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะมีอำนาจสูงสุดด้านข่าวกรอง และหน่วยข่าวกรองจากหลายหน่วยงานจะถูกรวมเข้าด้วยกัน
ผลสำรวจที่จัดทำ โดย CGTN ไชน่ามีเดียกรุ๊ป ในกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 3,028 คน แสดงว่า ร้อยละ 86.5 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่า เรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ของระบบข่าวกรองญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ร้อยละ 77.7 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่า อาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือการขาดการตรวจสอบ และถ่วงดุล
นักวิเคราะห์ เห็น ว่า รัฐบาลญี่ปุ่น ใช้ข้ออ้างความมั่นคงและการป้องกันประเทศ มีเจตนาที่จะบูรณาการ และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านข่าวกรอง ของตน เลียนแบบโครงสร้างข่าวกรอง แบบรวมศูนย์ในสมัยสงคราม ส่งเสริมการฟื้นคืนชีพของลัทธิทหาร เพื่อสนองเป้าหมายที่อันตรายในการขยายอำนาจทางทหาร ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงต่อสันติภาพ และความมั่นคงส่วนภูมิภาค
สำหรับรัฐบาลญี่ปุ่น การก่อตั้ง สำนักงาน ข่าวกรองแห่งชาติ ไม่เพียงแค่ส่งเสริมการควบคุมภายในประเทศ เท่านั้น แต่ยังเอื้อต่อการขยายอำนาจทางทหารด้วย เป็นส่วนสำคัญ ในการเสริมสร้างกำลังทางทหาร อย่างเป็นระบบ
ตั้งแต่การเพิ่มงบประมาณการป้องกันประเทศ อย่างต่อเนื่องกันมา 14 ปี จนสูงเป็นประวัติการณ์ ถึง 9.04 ล้านล้านเยน ในปีงบประมาณ 2026 ไปจนถึงการละทิ้งหลักการ “การป้องกันประเทศอย่างเดียว” เร่งพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล ที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ ผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกอาวุธอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับนานาชาติบ่อยครั้ง การมุ่งขยายอิทธิพลทางทหารในต่างประเทศ ไปจนถึงนักการเมืองฝ่ายขวาที่ป่าวร้องสนับสนุนอาวุธนิวเคลียร์ อย่างเปิดเผย และพยายามยกเลิกหลักการ 3 ประการ ว่าด้วยการปลอดนิวเคลียร์ ญี่ปุ่นกำลังปลดปล่อยตนเองจากข้อจำกัดของระบอบสันติภาพอย่างต่อเนื่อง การจัดตั้ง สำนักงาน ข่าวกรองแห่งชาติญี่ปุ่น เป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างศูนย์กลางข่าวกรองที่ครอบคลุมสำหรับการขยายอิทธิพลทางทหาร โดย สร้างห่วงโซ่ที่สมบูรณ์ของ “การประสานงานด้านข่าวกรอง การตัดสินใจระดับสูง และการดำเนินการทางทหาร” ซึ่งเป็นการให้หลักประกันทางสถาบัน สำหรับการบ่อนทำลายรัฐธรรมนูญที่เน้นสันติภาพ และการใช้กำลังในต่างประเทศ
มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งสันติภาพของญี่ปุ่น บัญญัติไว้อย่างชัดเจน ว่า ญี่ปุ่น “สละสิทธิ์ในการทำสงครามในฐานะสิทธิอธิปไตยของชาติ การขู่คุกคามด้วยกำลังและการใช้กำลัง เป็นหนทางในการแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างประเทศ จะไม่คงไว้ซึ่งกองกำลังทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งศักยภาพในการทำสงครามใดๆ และไม่ยอมรับสิทธิในการเข้าร่วมสงครามตลอดกาล” แต่รัฐบาลญี่ปุ่นในปัจจุบัน กำลังละเลยพันธสัญญาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างมีแผนและเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่หน่วยตำรวจพิเศษชั้นสูงที่ฉาวโฉ่ ที่เป็นหน่วยข่าวกรองของญี่ปุ่นที่รับผิดชอบการควบคุมความคิดและปราบปรามเสียงต่อต้านสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงระบบข่าวกรองก่อนสงครามแบบใหม่ ที่พร้อมใช้งานในปัจจุบัน ฝ่ายขวาของญี่ปุ่น กำลังกลับไปสู่เส้นทางเดิมของการรวมศูนย์ข่าวกรอง และท้าทายระเบียบหลังสงคราม อย่างเปิดเผย ประชาคมระหว่างประเทศ ต้องเฝ้าระวังอย่างสูงกับเรื่องนี้ และใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อยับยั้งการลุกลามของแนวคิดลัทธิทหาร แบบใหม่ของญี่ปุ่น พิทักษ์ผลประโยชน์จากชัยชนะ ในสงครามโลก ครั้งที่สอง อย่างมั่นคง

เช้า วันที่ 3 กันยายน ปีที่แล้ว จีน จัดงานรำลึกครบรอบ 80 ปี แห่งชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกราน จากญี่ปุ่นของประชาชนจีน และสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง มีการจัดพิธีสวนสนาม และขบวนพาเหรดทางทหารอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมกับประชาชนทั่วโลกรำลึกวันที่ยิ่งใหญ่นี้ ร่วมเปิดอนาคตที่รุ่งโรจน์มากขึ้น ผู้นำต่างชาติ และผู้แทนระดับสูงจากประเทศที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบจากองค์การระหว่างประเทศ อดีตผู้นำต่างชาติ 62 คนมาร่วมงานตามคำเชิญ
จุดประสงค์ของการรำลึก ครบรอบ 80 ปี แห่งชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นฯ และสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก คือ การระลึกถึงประวัติศาสตร์ รำลึกถึงวีรชนผู้พลีชีพ รักษาไว้ซึ่งสันติภาพ และสร้างอนาคตที่ดีกว่า กงล้อประวัติศาสตร์ไม่อาจหวนกลับ โศกนาฏกรรมของสงคราม จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก พฤติกรรมใด ๆ ที่มุ่งฟื้นคืนลัทธิทหาร ทำลายบรรทัดฐานของสันติภาพ ย่อมต้องล้มเหลว อย่างแน่นอน
เขียน โดย ชุย อี๋เหมิง ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 7 สิงหาคม 2569 15:28:59 เข้าชม 1687299 ครั้ง










