Home ข่าวเด่น ดิจิทัล ย้อนรอย ความสัมพันธ์จีน-อิตาลี ผ่าน ‘สมบัติราชสำนัก ในศตวรรษ ที่ 18’ นครเทียนจิน

ย้อนรอย ความสัมพันธ์จีน-อิตาลี ผ่าน ‘สมบัติราชสำนัก ในศตวรรษ ที่ 18’ นครเทียนจิน

29 second read
0
0
344

เทียนจิน, 3 ก.ย. (ซินหัว) — นิทรรศการ “มงกุฎแห่งความรุ่งโรจน์: สมบัติราชสำนักอิตาลีคริสต์ศตวรรษ ที่ 18 จาก ราชวงศ์ซาวอย” (Crown of Glory: 18th-Century Italian Court Treasures from the House of Savoy) ณ พิพิธภัณฑ์เทียนจิน นครเทียนจินทางตอนเหนือของจีน ได้จัดแสดงโบราณวัตถุของอิตาลีมากกว่า 150 ชิ้น ซึ่งสะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับอิตาลี เมื่อหลายศตวรรษ ก่อน

นิทรรศการนี้ จัดขึ้น โดย ความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์เทียนจิน พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลเทียนจิน และพระราชวังมาดามา (Palazzo Madama) เมืองตูรินของอิตาลี โดยจัดแสดง ตั้งแต่ วันที่ 10 ก.พ. – 31 ส.ค. และมุ่งนำเสนอว่าศิลปะและงานฝีมือของจีนได้หล่อหลอมรสนิยมของชาวยุโรปอย่างไร รวมถึงวิธีที่ช่างฝีมือชาวจีน ตอบสนองต่อความต้องการของฝั่งยุโรป ในเวลานั้น

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ ชุดกระโปรงราชสำนักฝรั่งเศส จากคอลเลกชันของวังมาดามา หลี่จวิน ภัณฑารักษ์และรองผู้อำนวยการแผนกวิจัยโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์เทียนจิน ระบุ ว่า ผ้าไหมและการปักลวดลายแบบจีนบนชุดดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของ “ชิโนเซอรี” (Chinoiserie) ซึ่งเป็นสไตล์ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ในหมู่ชนชั้นสูงและชนชั้นกลางชาวยุโรปในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเสื้อคลุมบุรุษสีงาช้างที่มีลวดลายดอกไม้ ซึ่งตัดเย็บจากผ้าของจีนผ่านกระบวนการทอ การพิมพ์ลายบล็อกไม้ และการวาดด้วยมือ สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของงานฝีมือในลักษณะเดียวกัน โดยผ้าเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสังคมยุโรปช่วงครึ่งหลังของศตวรรษดังกล่าว ทั้งในด้านเครื่องแต่งกายหรูหราและการตกแต่งภายใน

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17-18 เครื่องกระเบื้อง ผ้าไหม เครื่องลงรัก และสินค้าที่เกี่ยวข้องของจีนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในยุโรป โดยบันทึกการเดินทางและภาพลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจีนได้ช่วยหล่อหลอมมุมมองของชาวยุโรปเกี่ยวกับโลกตะวันออกยิ่งขึ้น สิ่งนี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับยุคเรืองปัญญา (Enlightenment)

เหยียนกั๋วต้ง คณบดีคณะภาษาต่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยหนานไคระบุว่า ปรัชญาของจีนในเรื่องความเปิดกว้างและความมีเหตุผลสอดคล้องกับความคิดบางประการในยุคเรืองปัญญา ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนกระแส “ศิลปะจีน” ให้แผ่ขยายวงกว้างไปทั่วราชสำนักและสังคมยุโรป

เนื้อหาส่วน “ตะวันออกพบตะวันตก” (East Meets West) ของนิทรรศการ ได้นำเสนอการแลกเปลี่ยนดังกล่าวผ่านเครื่องกระเบื้อง พัด และภาพวาดแนว “ดอกไม้และนก” ในสไตล์จีน

ชิ้นงานที่โดดเด่นชิ้นหนึ่งคือ จานเครื่องกระเบื้องกว่างไฉ่ ยุคจักรพรรดิเฉียนหลง ซึ่งประดับตราแผ่นดินของสวีเดน งานชิ้นนี้เป็นสินค้าสั่งทำพิเศษโดย เคาน์ต์คาร์ล กุสตาฟ เทสซิน (Count Carl Gustaf Tessin) นักสะสมชาวยุโรป ซึ่งหลี่อธิบายว่าเป็นตัวแทนของการสนทนาทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง บนพื้นฐานของการชื่นชมสุนทรียศาสตร์ร่วมกัน

หลี่เสริมด้วยว่า การแลกเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นทั้ง 2 ทาง เนื่องจากเตาเผาของจีนยังได้ผลิตเครื่องลายครามตามความต้องการ เพื่อให้เข้ากับรสนิยมแบบโรโกโก (Rococo) สำหรับขุนนางชาวยยุโรปโดยเฉพาะเช่นกัน

ด้านเหยียนกล่าวว่า ผู้บริโภคชาวยุโรปมองลวดลายบนเครื่องกระเบื้อง ผ้าไหม และเครื่องรักของจีนว่าเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตชาวจีน ในขณะที่ช่างฝีมือชาวจีนก็ได้ปรับเปลี่ยนลวดลายให้เข้ากับรสนิยมของชาวยุโรป ซึ่งการแลกเปลี่ยนนี้ไม่ได้ครอบคลุมแค่เพียงตัวสินค้า แต่ยังรวมถึงสุนทรียศาสตร์ งานฝีมือ และจินตนาการของศิลปิน

นิทรรศการดังกล่าว มีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 24,000 คน หลายคนแสดงความประทับใจที่โบราณวัตถุเหล่านี้ผสมผสานวัฒนธรรมวัตถุของราชวงศ์ซาวอยเข้ากับงานฝีมือดั้งเดิมของจีนได้อย่างลงตัว และเป็นดังประจักษ์พยานของการแลกเปลี่ยนบนเส้นทางสายไหมทางทะเล

จิโอวานนี คาร์โล เฟเดริโก วิลลา (Giovanni Carlo Federico Villa) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะโบราณเมืองตูริน ณ พระราชวังมาดามา กล่าวว่า การเดินทางของโบราณวัตถุเหล่านี้มายังจีนสะท้อนให้เห็นมากกว่าคุณค่าทางศิลปะ เพราะเป็นหลักชัยทางประวัติศาสตร์แห่งความร่วมมือทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องของจีนกับอิตาลี
ด้านมัสซิโม แอมโบรเซตติ (Massimo Ambrosetti) เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศจีน เสริมว่า นิทรรศการดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการเติมเต็มซึ่งกันและกันของศิลปะและวัฒนธรรมจีนกับอิตาลี พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าการแลกเปลี่ยนในลักษณะนี้จะยังคงลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อไป

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/595153_20260903 , https://en.imsilkroad.com/p/352018.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนถ่ายรูประหว่างชมนิทรรศการ “มงกุฎแห่งความรุ่งโรจน์: สมบัติราชสำนักอิตาลีคริสต์ศตวรรษที่ 18 จากราชวงศ์ซาวอย” ณ พิพิธภัณฑ์เทียนจิน นครเทียนจิน ทางตอนเหนือของจีน วันที่ 2 ก.ค. 2026)

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 4 กันยายน 2569 17:31:59 เข้าชม 1897332 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

OR มอบ บิ๊กแบค จำนวน 400 ถุง ให้กทม. สนับสนุน ภารกิจ กองบัญชาการ กองทัพไทย บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จาก อุทกภัย

พลโทชยพณัฐ วิริวัฒน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาก … …