Home ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์ จีน–สหรัฐ วาง กรอบสัมพันธ์ใหม่ บรรลุฉันทามติ 8 ข้อ หลังการพบกันของสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์

จีน–สหรัฐ วาง กรอบสัมพันธ์ใหม่ บรรลุฉันทามติ 8 ข้อ หลังการพบกันของสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์

4 second read
0
0
196

การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ปิดฉากลงพร้อมผลลัพธ์ที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งสองฝ่ายบรรลุฉันทามติร่วม 8 ข้อ เช่น กรอบความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ เศรษฐกิจและการค้า ปัญญาประดิษฐ์ การปราบปรามยาเสพติด และประเด็นระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางกา รระหว่าง วันที่ 23–25 กันยายน 2026 และหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้นำทั้งสองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งเรื่องความสัมพันธ์จีน–สหรัฐและสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนประกาศผลการหารืออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กันยายนว่า สองประเทศบรรลุฉันทามติ 8 ข้อ

ข้อแรก และถือเป็นกรอบใหญ่ที่สุดของการหารือ คือ จีนและสหรัฐ เห็นพ้องเดินหน้าสร้าง “ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐเชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของความเคารพ ความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวระหว่างการหารือ ว่า จีนและสหรัฐ ควรพาความสัมพันธ์ไปในทิศทางที่ “ความร่วมมือเป็นแกนหลัก การแข่งขันอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ความแตกต่างสามารถบริหารจัดการได้ และสันติภาพเป็นสิ่งที่คาดหวังได้” พร้อมระบุว่า ทั้งสองประเทศมีเงื่อนไขเพียงพอที่จะแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันผ่านความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ส่งเสริมซึ่งกันและกันผ่านการแข่งขันที่สร้างสรรค์ และบริหารความแตกต่างด้วยการแสวงหาจุดร่วม

ข้อที่ 2 ทั้งสองฝ่าย ตกลงสนับสนุนกันในการเป็นเจ้าภาพเวทีพหุภาคีสำคัญ โดย สหรัฐ จะสนับสนุนจีน ในการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ APEC ขณะที่จีนจะสนับสนุนสหรัฐในการจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 และผู้นำทั้งสอง มีความตั้งใจจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าภาพ

ข้อตกลงนี้ แสดงให้เห็น ว่า แม้ จีนและสหรัฐ ยังมีการแข่งขันและความแตกต่างในหลายด้าน แต่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นความสำคัญของการประสานงานผ่านเวทีเศรษฐกิจพหุภาคี ซึ่งจีนและสหรัฐต่างมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

ข้อที่ 3 ผู้นำ จีนและสหรัฐ เห็นตรงกัน ว่า อิหร่าน ควรปฏิบัติตามพันธกรณีที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อม ยืนยัน ว่า ไม่ควรมีประเทศ หรือองค์กรใด เรียกเก็บค่าผ่านทางจากเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ

ประเด็นนี้ ทำให้ผลการหารือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ขยายไปถึงประเด็นความมั่นคง และการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการค้า พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานของโลก

ข้อที่ 4 ผู้นำทั้งสองประเทศ ย้อนถึงประวัติศาสตร์ที่จีนและสหรัฐ เคยเป็นพันธมิตรกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และร่วมต่อสู้จนได้รับชัยชนะ

การหยิบยกประวัติศาสตร์ ช่วงดังกล่าวขึ้นมากล่าวในการหารือครั้งนี้ จึงมีนัยทางการทูต เพราะเป็นการเน้นย้ำว่า ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐไม่ได้มีเพียงการแข่งขัน แต่ในอดีตทั้งสองประเทศยังเคยร่วมมือกันในประเด็นสำคัญระดับโลก

ข้อที่ 5 เป็นผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่จับต้องได้มากที่สุดของการประชุม ผู้นำทั้งสอง ยอมรับบทบาทเชิงบวกของกลไกการหารือทางเศรษฐกิจ และการค้าจีน–สหรัฐ รวมถึง ผลการเจรจาของทีมเศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าปฏิบัติตามฉันทามติที่บรรลุร่วมกัน

หนึ่งในนั้น คือ ข้อตกลงเกี่ยวกับการลดภาษีแบบต่างตอบแทน โดยเอกสารของฝ่ายจีนระบุถึงข้อตกลงลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทำเนียบขาวให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ครอบคลุมการให้สิทธิทางภาษีที่เอื้อประโยชน์มากขึ้นแก่สินค้าที่ไม่อ่อนไหว มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่าย ยังเห็นพ้องเดินหน้ากลไกด้านการค้า และขยายเวลาผลการหารือทางเศรษฐกิจและการค้าที่กัวลาลัมเปอร์ พร้อมมอบหมายให้ทีมงานของทั้งสองประเทศ ดำเนินการตามข้อตกลงต่อไป

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า ผลการหารือทางเศรษฐกิจรอบล่าสุดถือเป็นข่าวดีต่อภาคธุรกิจ ประชาชนของทั้งสองประเทศ และเศรษฐกิจโลก พร้อม ระบุ ว่า หากต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ทั้งสองฝ่ายควรเพิ่มรายการความร่วมมือและลดรายการปัญหาที่เป็นข้อขัดแย้ง

ข้อที่ 6 คือ ความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด ซึ่ง ฝ่ายจีน ระบุ ว่า เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนและสหรัฐได้ร่วมกันคลี่คลายคดีที่เกี่ยวข้องกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ และสารตั้งต้นทางเคมีหลายคดี และจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายสิบคนในสองประเทศ

ความร่วมมือนี้เป็นอีกตัวอย่างของพื้นที่ที่จีน และสหรัฐยังสามารถทำงานร่วมกันได้ แม้จะมีความแตกต่างในประเด็นอื่น

ข้อที่ 7 จีนและสหรัฐตกลงจัดตั้งกลไกการหารือด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของเทคโนโลยี พร้อมกำหนดจัดการหารือรอบถัดไปในเดือนพฤศจิกายน 2026 และตั้งช่องทางสื่อสารสำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะ

ความตกลงนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่จีนและสหรัฐ ต่างเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม AI โลก แม้การแข่งขันด้านเทคโนโลยียังคงดำเนินต่อไป แต่การเปิดช่องทางหารือโดยตรงเพิ่มพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และจัดการความเสี่ยงที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญร่วมกัน

ข้อที่ 8 แม้จะเป็นประเด็นที่เบากว่าเรื่องเศรษฐกิจ และความมั่นคง แต่มีความหมายในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เมื่อฝ่ายสหรัฐ แสดงความยินดีต่อการเดินทางมาถึงของแพนด้ายักษ์ 2 ตัว ที่จีนให้สวนสัตว์แอตแลนตา ยืมเลี้ยง

“การทูตแพนด้า” เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่อยู่คู่ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐ มายาวนาน และการนำเรื่องนี้ เข้าเป็นหนึ่งในผลลัพธ์อย่างเป็นทางการของการเยือนครั้งนี้ ทำให้มิติความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนถูกวางไว้เคียงข้างประเด็นเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง

นอกจากฉันทามติ 8 ข้อ แล้ว กองทัพ จีนและสหรัฐ ยังเห็นพ้องที่จะเร่งลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อเสริมการสื่อสารและการป้องกันวิกฤต รวมถึงเดินหน้าความร่วมมือในการค้นหาร่างทหารสหรัฐที่สูญหายในจีน ต่อไป

การหารือครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับแนวทางที่จีน เสนอมาอย่างต่อเนื่อง ว่า สองมหาอำนาจ สามารถแข่งขัน และร่วมมือกันได้ในเวลาเดียวกัน หากยังรักษาการเจรจา แสวงหาผลประโยชน์ร่วม และบริหารความแตกต่างไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ทั้งหมด ซึ่งทำให้ทั้งสองประเทศ มีกรอบ และช่องทาง ในการจัดการความสัมพันธ์ที่ชัดเจนขึ้น ในช่วงเวลาที่ทิศทางความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจต่างมีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ การค้า และเสถียรภาพของโลก

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : CGTN

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ จันทร์ 28 กันยายน 2569 13:48:59 เข้าชม 1897663 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์
Comments are closed.

Check Also

OR มอบ บิ๊กแบค จำนวน 400 ถุง ให้กทม. สนับสนุน ภารกิจ กองบัญชาการ กองทัพไทย บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จาก อุทกภัย

พลโทชยพณัฐ วิริวัฒน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาก … …