” รมว.สุชาติ ” เปิด ยุทธการทวงคืน “หาดนุ้ย” รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง รุกป่า 11 จุด ย้ำ ยึดคืนผืนป่า–ชายหาด คืนให้กับประชาชน เป็นพื้นที่สาธารณะ หลังยืดเยื้อมากว่า 20 ปี
วันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดี กรมป่าไม้ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษก ประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อม ผู้บริหาร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในส่วนของจังหวัดภูเก็ต

มี คณะผู้บริหารจังหวัด นำโดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่นำกำลังหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ “พญาเสือ” และชุดปฏิบัติการพิเศษ “ฉลามขาว” รวม กว่า 200 นาย สนธิกำลังเปิดยุทธการทวงคืนพื้นที่ “หาดนุ้ย” ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด จำนวน 11 รายการ หลังตรวจพบการแผ้วถางป่า และปรับพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและชายหาดสาธารณะ

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการปราบปรามผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล โดย ยืนยัน ว่า จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เสมอภาค และไม่มีข้อยกเว้น เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติกลับคืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาล มีความมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานใหม่ในการบังคับใช้กฎหมาย ให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นผู้มีอิทธิพล หรือกลุ่มทุนรายใด เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของประชาชน ทุกคน ไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง พร้อม ย้ำว่า ชายหาด ที่ดินของรัฐ พื้นที่ป่าไม้ และอุทยานแห่งชาติ เป็นทรัพย์สินสาธารณะ ไม่สามารถตกเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ได้ แม้จะมีการออกเอกสารสิทธิ หากตรวจสอบพบว่าออกโดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการเพิกถอนตามกฎหมาย ก่อนใช้มาตรการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ของรัฐ โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อทวงคืนพื้นที่สาธารณะให้กลับมาเป็นของประชาชน

ด้าน นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดี กรมป่าไม้ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ตรวจยึด เมื่อปี 2569 จำนวน 11 รายการ ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว จึงสามารถดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดนุ้ย ได้รับความเสียหายจากการบุกรุก รวม ประมาณ 15 ไร่ ส่วนสิ่งปลูกสร้าง อีก 39 รายการ ซึ่งตรวจยึด ในปี 2563 และปี 2567 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง และกรมป่าไม้จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ต่อไป

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติม ว่า หลังการรื้อถอนแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ พร้อมพัฒนาเป็นพื้นที่ป่านันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อม ยืนยัน ว่า รัฐบาล จะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ของรัฐทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้บุกรุกจนถึงที่สุด เพื่อรักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นมรดกของคนไทยทั้งประเทศ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ภายใต้นโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมี เป้าหมายร่วมกันคือการทวงคืนพื้นที่ของรัฐ ไม่ให้ตกเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง พร้อมเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพล การถือครองที่ดินโดยมิชอบ ปัญหานอมินี และยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ พร้อมขอบคุณ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วง

ที่มา แหล่งข้อมูล > สำนักงาน ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต กลุ่มประชาสัมพันธ์ / สำนักงาน หนังสือพิมพ์ อาณาจักรนิวส์
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อังคาร 21 กรกฎาคม 2569 09:48:59 เข้าชม : 1895633 ครั้ง





















