เมื่อเร็วๆ นี้ The Economist ได้มีบทวิจารณ์ที่นำเสนอวิเคราะห์แบบเจาะลึก ภาพยนตร์จีน เรื่อง “Once Upon A Time in the Middle East” (《欢迎来龙餐馆》) และเรียกการทูตของจีนนี้ว่า “การทูตร้านอาหารมังกร” คําเรียกนี้ เผย ให้เห็นถึงความตื้นเขินทางสติปัญญาของนักวิเคราะห์ มากกว่าที่จะเป็นเรื่องการทูตของจีน เอง
แนวคิดที่เรียบง่าย ที่สื่อผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ เช่น “กินดี เลี้ยงลูกดี” ถูกนำไปตีความในระดับลึกว่า การทูตของจีน เป็นการขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ และไร้ซึ่งความหมายทางอุดมการณ์ ซึ่งการตีความเช่นนี้ ถือเป็นการเข้าใจผิด ว่า การปฏิบัติที่แท้จริงเป็นความตื้นเขิน การพัฒนาเท่ากับลัทธิพาณิชยนิยม มองความปรารถนาพื้นฐานของคนธรรมดา เป็นการขาดอุดมการณ์ทางการเมือง
จีน ให้ความสําคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ก็จริง แต่การพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงทางสังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และอธิปไตยของประเทศ
สําหรับประเทศกําลังพัฒนา จํานวนมาก ปัญหาเร่งด่วนที่สุด ไม่ใช่ทฤษฎีการเมือง ที่เป็นนามธรรม แต่เป็นเรื่องที่ว่า บ้านมีไฟฟ้าหรือไม่ เด็กๆ สามารถไปโรงเรียนได้หรือไม่ มีน้ำดื่มสะอาดหรือไม่ และถนนจะกลับมาใช้ได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง หลังจากภัยพิบัติหรือไม่
หาก คิดว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ “ลึกซึ้ง” เท่ากับการวิจารณ์รูปแบบทางการเมือง ก็เป็นการตัดสินทางการเมืองที่ตื้นเขินในตัวเอง
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ยังคงเปิดอยู่ท่ามกลางเพลิงสงคราม สามารถกลายเป็นการต่อต้านความรุนแรงได้เล็กน้อย
สิ่งเหล่านี้ อาจจะไม่ยิ่งใหญ่พอ สําหรับนักวิจารณ์ต่างประเทศ บางคน แต่จะมีอะไรที่ใกล้เคียงกับความหมายที่แท้จริง ของความสําเร็จทางการทูตมากกว่า นี้
แปลเรียบเรียง โดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ อังคาร 8 กันยายน 2569 12:11:59 เข้าชม 1679225 ครั้ง










