หากทศวรรษ ที่ผ่านมา เป็นยุคที่จีน สร้างความได้เปรียบในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และแบตเตอรี่ วันนี้ รัฐบาลจีน กำลังผลักดันอุตสาหกรรมใหม่อีกหนึ่งสาขาที่ถูกมองว่า จะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจในอนาคต นั่นคือ “เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ” (Low-altitude Economy) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โดรน อากาศยานไร้คนขับ และอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงแนวดิ่ง หรือ eVTOL
ในรายงานการทำงานของรัฐบาลจีนตลอดช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา “เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ” ถูกยกให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศ เช่นเดียวกับปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ หลายหน่วยงานคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมนี้อาจขยายตัวสู่ระดับหลายล้านล้านหยวนภายในทศวรรษหน้า
ภาพดังกล่าว สะท้อนอย่างชัดเจนในงาน Drone World Congress 2026 ที่นครเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ระหว่าง วันที่ 21–23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงเทคโนโลยีโดรน แต่เป็นเวทีที่สะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินแห่งอนาคตของจีน
สำนักข่าว CGTN รายงาน ว่า งานปีนี้มีผู้ประกอบการ เข้าร่วม กว่า 1,220 บริษัท จาก 17 ประเทศ มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ มากกว่า 10,000 รายการ มีทั้งโดรนอุตสาหกรรม ระบบ AI เทคโนโลยีนำร่องอัตโนมัติ ระบบรักษาความปลอดภัยทางอากาศ และ eVTOL ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นอนาคตของการขนส่งในเมือง
เมื่อพิจารณาจากทิศทางการพัฒนา จะพบว่า จีนกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโดรนผ่าน 4 กลไก สำคัญ
กลไกแรก คือ การผลักดันเชิงนโยบาย
ในช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลจีน ยกระดับ “เศรษฐกิจการบินเพดานต่ำ” ให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศ หลายมณฑล เริ่มออกมาตรการสนับสนุนการลงทุน การทดลองเส้นทางบิน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การผลักดันจากภาครัฐทำให้โดรนไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสินค้าเทคโนโลยี แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
กลไกที่ 2 คือ การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม แบบครบวงจร
เซินเจิ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของแนวทางนี้ เซินเจิ้นผลิตโดรนสำหรับผู้บริโภคประมาณ 70% ของตลาดโลก และเกือบ 50% ของโดรนอุตสาหกรรมทั่วโลก ขณะเดียวกันยังเป็นศูนย์กลางของผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ตั้งแต่แบตเตอรี่ เซ็นเซอร์ ระบบสื่อสาร ชิป ไปจนถึงซอฟต์แวร์ AI ความได้เปรียบนี้ช่วยให้ผู้ผลิตจีนสามารถพัฒนาสินค้าใหม่ได้รวดเร็ว ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
กลไกที่ 3 คือ การสร้างตลาดใช้งานจริง
อุตสาหกรรมโดรนของจีน ไม่ได้เติบโตจากการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากการใช้งานภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันโดรนถูกนำไปใช้ในภาคเกษตรกรรม พลังงาน โลจิสติกส์ การกู้ภัย และการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ยิ่งมีการใช้งานจริงมากเท่าใด ผู้ผลิตก็ยิ่งได้รับข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อนำกลับไปพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ได้มากขึ้นเท่านั้น เกิดเป็นวงจรการพัฒนาที่เชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมกับตลาด
กลไกที่ 4 คือ การลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ภายในงาน Drone World Congress 2026 พื้นที่จัดแสดง eVTOL ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญ หลายบริษัท กำลังเร่งพัฒนาอากาศยานไฟฟ้า ที่สามารถใช้ สำหรับขนส่งผู้โดยสารในเมือง ขณะเดียวกัน AI ก็กำลังถูกนำมาผสานเข้ากับระบบอากาศยานไร้คนขับ ทำให้โดรนสามารถวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนเส้นทาง และปฏิบัติภารกิจได้อย่างอัตโนมัติมากขึ้น
การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ สะท้อน ว่า จีน ไม่ได้มองเพียงตลาดโดรนในปัจจุบัน แต่กำลังเตรียมความพร้อม สำหรับอุตสาหกรรมการบินรูปแบบใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว
สิ่งที่เกิดขึ้นในงาน Drone World Congress 2026 แสดงให้เห็น ว่า การแข่งขันในอนาคต อาจไม่ได้อยู่ที่การผลิตโดรนให้ได้มากที่สุด แต่อยู่ที่การสร้างระบบนิเวศ เทคโนโลยี และมาตรฐานที่จะกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ เพื่อให้อุตสาหกรรมโดรนเป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน ในอนาคต
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : CGTN
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อาทิตย์ 31 พฤษภาคม 2569 18:26:59 เข้าชม : 1897511 ครั้ง



















