จีน เผยแพร่ เอกสารสมุดปกขาว ว่าด้วยการกำกับดูแลโลกฉบับใหม่ ในชื่อ “More Just and Equitable Global Governance : China’s Principles, Proposals and Actions” หรือ “ธรรมาภิบาลโลกที่ยุติธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น : หลักการ ข้อเสนอ และการปฏิบัติของจีน” เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ถือเป็นเอกสารนโยบายสำคัญที่สะท้อนมุมมองของจีนต่อการปฏิรูประบบระหว่างประเทศ ในยุคที่โลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สำนักงาน สารสนเทศแห่งคณะรัฐมนตรีจีน (State Council Information Office: SCIO) ระบุ ว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบศตวรรษ ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความท้าทายด้านเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจของโลก
เอกสารฉบับนี้ จึงมุ่งเสนอแนวทางปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลกให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของโลกยุคใหม่ โดยเน้นการสร้างระบบที่มีความเป็นธรรม ครอบคลุม และเปิดกว้างมากขึ้น
หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนา และกลุ่ม Global South มีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดกติกาโลก จีนมองว่าโครงสร้างการบริหารจัดการระหว่างประเทศในปัจจุบันยังคงสะท้อนดุลอำนาจจากยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังไม่สามารถสะท้อนผลประโยชน์และความต้องการของประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างเต็มที่
เอกสารร ะบุ ว่า การปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลกไม่ควรเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนเชิงเทคนิค แต่ต้องเป็นการสร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้ทุกประเทศมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย แอฟริกา ลาตินอเมริกา และภูมิภาคกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
นอกจากนี้ จีน ยังย้ำจุดยืนสนับสนุนระบบสหประชาชาติ ในฐานะแกนกลางของระบบระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ยึดหลักพหุภาคีนิยมที่แท้จริง (True Multilateralism) โดยมองว่าการแก้ไขปัญหาระดับโลก จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ มากกว่าการดำเนินการผ่านกลุ่มพันธมิตรหรือกลไกที่มีลักษณะกีดกันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
แนวคิดดังกล่าว สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่ระบุว่า เสียงของประเทศกำลังพัฒนาควรได้รับการรับฟังมากขึ้นในเวทีโลก และควรมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดระเบียบระหว่างประเทศในอนาคต
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ แนวคิดในสมุดปกขาวฉบับนี้ ยังเชื่อมโยงเข้ากับกรอบแนวคิดสำคัญที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผลักดันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ ข้อริเริ่มการพัฒนาโลก (Global Development Initiative: GDI) ข้อริเริ่มความมั่นคงโลก (Global Security Initiative: GSI) และข้อริเริ่มอารยธรรมโลก (Global Civilization Initiative: GCI)
จีน มองว่า การพัฒนา ความมั่นคง และการเคารพความหลากหลายทางอารยธรรม เป็น 3 เสาหลักสำคัญของการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีเสถียรภาพและยั่งยืน
นอกจากนี้ จีนยังเสนอแนวคิด “Global Governance Initiative” ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การปรึกษาหารือร่วมกัน (Consultation) การมีส่วนร่วมร่วมกัน (Joint Contribution) และการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน (Shared Benefits)
ในมุมของจีน การปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลกไม่ใช่เพียงการปรับปรุงกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่เป็นการสร้างระเบียบโลก ที่สะท้อนดุลอำนาจ และโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 มากขึ้น ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนา กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ และการเมืองโลก
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : CGTN
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อังคาร 23 มิถุนายน 2569 17:56:59 เข้าชม : 1896722 ครั้ง





















